Categories
anime

รีวิว อนิเมะโรแมนติก Horimiya โฮริมิยะ สาวมั่นกับนายมืดมน

อนิเมะโรแมนติก โฮริมิยะ เรื่องราวความรักสดใสวัยมัธยม

เพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการ์ตูนรักโรแมนติกรีบมารวมกันตรงนี้เลย เพราะวันนี้เรามีรีวิวการ์ตูนรักดีๆ มาแนะนำให้ไปหาดูกัน ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า Horimiya โฮริมิยะ สาวมั่นกับนายมืดมน อีกหนึ่งเรื่องราวความรักสดใสวัยมัธยมที่น่าติดตาม ที่ต้องบอกเลยว่าสาวก อนิเมะโรแมนติก ต้องห้ามพลาดเลย และในส่วนของรายละเอียดอื่นๆ พร้อมเรื่องย่อจะสนุกน่าติดตามขนาดไหนนั้น ต้องตามมาอ่านจากรีวิวนี้เลย

อนิเมะโรแมนติก Horimiya โฮริมิยะ สาวมั่นกับนายมืดมน

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนอ่านอนิเมะ Horimiya โฮริมิยะ สาวมั่นกับนายมืดมน

• ชื่อภาษาไทยคือ สาวมั่นกับนายมืดมน

• ชื่อภาษาญี่ปุ่น ホリミヤ , Horimiya

• ชื่ออื่นๆ Hori-san to Miyamura-kun

• แนวอนิเมะโรแมนติก, คอมเมดี้, ดราม่า

• สร้างจากต้นฉบับมังงะ ผู้แต่งคือ อ.ฮิโรกิ อาดาจิ หรือ Hero

• ผลงานการสร้างของ มาซาชิ อิชิฮามะ

• สตูดิโอ CloverWorks Inc.

• จำนวนทั้งหมด 13 ตอน ในแต่ตอนจะมีประมาณ 30 นาที

• ช่องทางในการรับชม Netflix / iQIYI / bilibili / WeTv / POPS!

เรื่องย่ออนิเมะ

สำหรับการ์ตูนอนิเมะโรแมนติก เรื่อง Horimiya โฮริมิยะ สาวมั่นกับนายมืดมน  เป็นเรื่องราวของ โฮริ เคียวโกะ เด็กนักเรียนมัธยม หน้าตาสะสวยและน่ารักสดใส เธอเป็นนักเรียนที่เก่งในทุกๆ ด้านทั้งเรื่องการเรียน เรื่องของกิจกรรม หรือเกมกีฬา เรียกได้ว่าเก่งไปหมดทุกเรื่องจริงๆ จึงทำให้เธอนั้นกลายเป็นสาวฮอตในโรงเรียน แต่ทว่าเมื่อกลับถึงบ้านเธอกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน และนี่ก็คือความลับของสาวฮอตอย่างเธอ

ตอนอยู่ที่บ้านเธอต้องทำหน้าที่พี่สาวสุดเซอร์ผู้แสนดีที่ต้องคอยดูแลน้องชายสุดที่รัก และต้องทำงานงานบ้านทุกๆ อย่างเอง อยู่มาวันหนึ่งเธอได้พบหนุ่มที่เธอคิดว่าคล้ายกับเธอ มิยามูระ อิซึมิ หนุ่มแว่นที่ตอนถอดแว่นหล่อมากกับรอยสักสุดกร้าวใจ และแล้วทั้งคู่ก็ได้รู้จักกันเรียนรู้กัน แน่นอนว่าเส้นทางความรักก็ไม่ได้ราบรื่นไปหมดทุกอย่าง แล้วเรื่องราวของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้จากช่องทาง Netflix เลย

อนิเมะโรแมนติก Horimiya โฮริมิยะ สาวมั่นกับนายมืดมน

สรุปจุดเด่นที่น่าสนใจและคะแนนความสนุก

• เป็นการ์ตูนที่ดูแล้วหัวใจพองโต เนื้อเรื่องจะเน้นที่ความน่ารักของตัวละคร เราจะได้ลุ้นไปกับความรักของวัยหนุ่มสาว ที่ดูแล้วเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปวัยเรียนอีกครั้ง

• เป็น อนิเมะโรแมนติก ที่ดูได้แบบเพลินๆ ดูแล้วสดชื่นและอบอุ่นไปพร้อมๆ กัน

• นอกจากความโรแมนติกแล้วก็ยังมีความคอมเมดี้ เปรี้ยวอมหวานรสชาติในวัยเรียนมาให้เรากระชุ่มกระชวยกันด้วย

• ให้ข้อคิดสอนใจผ่านตัวละคร ซึ่งมีหลายคู่และไม่ได้เน้นแค่คู่หลักเท่านั้น ทำให้เรื่องนี้น่าติดตามแบบไม่มีเบื่อเลย

• คะแนนความสนุก 8/10

รูปภาพประกอบ : twitter.com/bibishop90s

รูปภาพประกอบ : poskota.co.id

รูปภาพประกอบ : netflix.com

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์สารคดี American Nightmare

รีวิวซีรีส์สารคดี American Nightmare สารคดีอาชญากรรมที่คดีดูเหมือนจะธรรมดา แต่ด้วยเหตุการณ์มากมายที่เหมือนพาคนดูไปพบกับการหักมุม รวมถึงสะท้อนความล้มเหลวการทำงานของตำรวจได้ชัดที่สุดคดีหนึ่ง

รีวิวซีรีส์สารคดี American Nightmare คืออีกหนึ่งซีรีส์สารคดี True Crime จาก Netflix ผลงานการสร้างสรรค์โดย เฟลิซิตี มอร์ริส และเบอร์นาเด็ต ฮิกกินส์ สองผู้สร้างสารคดีสุดอื้อฉาวอย่าง The Tinder Swindler ที่ครั้งนี้พวกเธอยังคงหยิบคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางเพศมานำเสนออีกครั้ง

รีวิวซีรีส์สารคดี American Nightmare สารคดีอาชญากรรม จาก Netflix

เรื่องราวของ American Nightmare จะพูดถึงคดีที่เกิดขึ้นในปี 2015 ว่าด้วยชีวิตคู่ของ เดนิสและแอร่อน สองสามีภรรยาที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดี จนกระทั่งในคืนหนึ่งทั้งสองได้ถูกคนร้ายบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายภายในบ้าน พร้อมทั้งได้ลักพาตัวเดนิสไป หลังจากที่เรื่องนี้กลายเป็นคดีความตำรวจก็ดันเกิดความสงสัยในตัว แอร่อน ที่มีประวัติว่าเขากลับไปคุยกับคนรักเก่า ในขณะ เดนิส หลังจากที่หายตัวไปได้ 48 ชั้วโมง จู่ๆ เธอก็ถูกปล่อยตัวกลับมาอย่างง่ายดาย จนทำให้ผู้คนมองว่านี่คือการจัดฉากของเดนิส ที่เหมือนเหตุการณ์ในหนังอย่าง Gone Girl

รีวิวซีรีส์สารคดี American Nightmare สารคดีอาชญากรรม จาก Netflix

ความน่าสนใจของสารคดีชุดนี้คือการนำเสนอในแต่ละตอนที่แทนที่สารคดีจะเล่าตามไทม์ไลน์ทั้งหมด แต่กลับเลือกเล่าผ่านมุมของแต่ละคนแทน โดยแต่ละตอนจะแบ่งเป็นมุมมองของ แอรอน มุมมองของเดนิส และมุมของตำรวจผู้ปิดคดีนี้ ซึ่งการจะดูสารคดีชุดนี้ให้สนุกควรไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคดีนี้มาก่อน จะได้อรรถรส รวมถึงเซอร์ไพรส์ไปกับเหตุการณ์ต่างๆ มากขึ้น

นอกจากนี้การเป็นคดีที่มีความคล้ายกับหนัง Gone Girl ก็เป็นสิ่งที่สร้างอารมณ์ร่วมคนดูกับคดีนี้มากขึ้น หลายภาพ หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้ชวนให้คนดูย้อนเห็นภาพของหนังเรื่องดังกล่าวอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะเดียวกันความเป็น Gone Girl ในสารคดีเรื่องนี้ก็เป็นกับดักคนดูได้ไม่น้อย

รีวิวซีรีส์สารคดีAmericanNightmare สารคดีอาชญากรรม จาก Netflix

ในช่วงแรกซีรีส์เล่าผ่านมุมแอร่อน ที่เปิดมาเหมือนคดีทั่วไป ก่อนที่สารคดีจะค่อยๆ เผยเบาะแสที่ชวนให้คนดูเกิดความไม่ไว้วางใจแอร่อน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับคนรักเก่า รวมถึงฟุตเทจการสอบสวนชวนให้คนดูได้คิดตาม ในขณะที่ตอนที่สองสารคดีก็นำเสนอในมุมของ เดนิสที่เป็นการพูดถึงการเอาชีวิตรอด และการโดนทำร้ายโดยคนร้าย ที่เป็นตอนที่ดาร์กที่สุดก็ว่าได้ 

รีวิวซีรีส์สารคดีAmericanNightmare สารคดีอาชญากรรม จาก Netflix

หลังจากที่สารคดีได้ปูปม ให้เบาะแสต่างๆ แล้ว ในตอนสามจะเป็นการคลี่คลายเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นบทสรุปที่มีครบทุกรสชาติ ทั้งความคลี่คลาย ดราม่า และการสะท้อนสังคมถึงความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยซีรีส์ได้พยายามให้บทเรียนแก่คนดูไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางเพศ รวมถึงการตัดสินคนจากภาพข่าวที่สื่อนำเสนอ ที่เป็นประเด็นที่เข้ากับยุคสมัยป้จจุบัน

โดยรวม American Nightmare คืองานซีรีส์สารคดี True Crime อีกเรื่องของ Netflix ที่ทำออกมาได้สนุกเกินคาด ซีรีส์ถ่ายทอดคดีนี้ผ่านบทสัมภาษณ์ ฟุตเทจ และภาพจำลองที่ทำออกมาได้อย่างชวนติดตาม เป็นสามตอนที่ทั้งลุ้น หักมุม และสะท้อนสังคมปัจจุบันที่ดีมากๆ เรื่องหนึ่ง

สามารถรับชมซีรีส์สารคดี American Nightmare ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: Netflix
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/Yonx7CyoK3k

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ ​​Boy Swallows Universe

รีวิวซีรีส์ Boy Swallows Universe ซีรีส์ Coming of age ชั้นเยี่ยมประจำปี 2024 จาก Netflix ที่สามารถหยิบเรื่องดาร์กๆ มาเล่าผ่านมุมของเด็กให้ออกมาสนุกครบรส และเต็มไปด้วยการถ่ายทอดดราม่าที่ทรงพลัง

รีวิวซีรีส์ Boy Swallows Universe ผลงานซีรีส์แนวดราม่า Coming of age จาก Netflix สร้างสรรค์โดย จอห์น คอลลี (Hotel Mumbai) ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือของ เทรนต์ ดาลตัน พร้อมได้ทีมนักแสดงมากฝีมือทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ นำโดย เฟลิกซ์​ คาเมรอน (Penguin Bloom), ลี ไทเกอร์ ฮาลลี (ซีรีส์ Crazy Fun Park), ฟีบี้ ทอนคินส์ (ซีรีส์ Westworld), ไซมอน เบเกอร์ (ซีรีส์ The Mentalist) และทราวิส ฟริมเมล (ซีรีส์ Vikings)

รีวิวซีรีส์ Boy Swallows Universe คืออีกหนึ่งซีรีส์ดราม่าน้ำดีจาก Netflix

เรื่องราวของ Boy Swallows Universe จะว่าด้วย อีไล (เฟลิกซ์ คาเมรอน) และออกัส (ลี ไทเกอร์ ฮาลลี) สองพี่น้องที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหา เริ่มจากแม่ของพวกเขา (ฟีบี้ ทอนคินส์) ที่หย่าร้างกับพ่อแท้ ๆ ของพวกเขาเพราะติดเหล้า และใช้ความรุนแรง ในขณะที่ ไลล์ (ทราวิส ฟริมเมล) พ่อเลี้ยงของพวกเขาก็ทำงานเป็นคนค้ายาเสพติด จนกระทั่งวันหนึ่ง ไลล์ได้ถูกแก๊งค้ายาลักพาตัวไปข้อหาขโมยยาของแก๊งไปซ่อน ทำให้ครอบครัวของ อีไลและออกัสต้องแตกแยกจนนำมาสู่การผจญภัยที่จะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่

รีวิวซีรีส์ Boy Swallows Universe คืออีกหนึ่งซีรีส์ดราม่าน้ำดีจาก Netflix

ความน่าสนใจของ Boy Swallows Universe คือการเป็นซีรีส์ที่มีตัวเอกเป็นเด็ก เป็นเยาวชนแต่เนื้อหาของซีรีส์กลับดาร์กและมืดหม่นไม่แพ้ซีรีส์อาชญกรรมระดับท้อปๆ เลยก็ว่าได้ ซีรีส์พาผู้ชมไปสำรวจชีวิตของชนชั้นล่างในอเมริกา ที่โอกาสชีวิตน้อยกว่าคนอื่นๆ รวมถึงการหยิบเรื่องปัญหาในครอบครัวมาถ่ายทอดผ่านมุมมองของเด็กชายสองคน

ซีรีส์เดินเรื่องอย่างชวนติดตาม เล่าอย่างครบรส ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทของครอบครัวที่หนังพูดถึงชีวิตของชนชั้นล่างที่อาศัยร่วมกันอย่างอบอุ่น มีการช่วยเหลือกันอย่างเป็นมิตร ในขณะเดียวกันทางเลือกที่น้อยนิดทำให้พวกเขาต้องวนเวียนในโลกอาชญากรรม ผู้ชมจะได้ประทับใจกับความน่ารักของเหล่าตัวละคร รวมถึงสะเทิอนใจไปกับเหตุการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญ

รีวิวซีรีส์ BoySwallows Universeคืออีกหนึ่งซีรีส์ดราม่าน้ำดีจาก Netflix

หนึ่งในจุดขายของซีรีส์ Boy Swallows Universe คือการสร้างสรรค์ตัวละครสองพี่น้อง อีไลและออกัส ออกมาได้มีมิติมากๆ ซีรีส์สามารถสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ทั้งสองให้สร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูได้ตั้งแต่นาทีแรกของซีรีส์ จากนั้นก็พาคนดูไปร่วมเอาใจช่วยทั้งทุกข์ สุขของทั้งคู่อย่างเอาเป็นเอาตาย 

พาร์ทดราม่าของหนังถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลัง หนังหยิบประเด็นที่ใกล้ตัวเราทุกคนอย่าง ความรุนแรง และยาเสพติดในครอบครัวมาถ่ายทอดได้อย่างไม่ปราณี แม้ตัวเองจะเป็นเด็กซีรีส์ชุดนี้ก็ยังนำเสนอความโหดร้าย รุนแรงที่พวกเขาต้องเผชิญก่อนวัยอันควร

รีวิวซีรีส์ BoySwallows Universeคืออีกหนึ่งซีรีส์ดราม่าน้ำดีจาก Netflix

การแสดงของ เฟลิกซ์ คาเมรอน เรียกได้ว่าเป็นจุดขายของซีรีส์ เขาสามารถถ่ายทอดทั้งพาร์ทดราม่า และคอเมี้ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีความไร้เดียงสา จนแบบที่เมื่อคุณดูแล้วอาจเสียน้ำตาไปกับพวกขาได้ไม่ยาก

โดยรวม Boy Swallows Universe คืออีกหนึ่งซีรีส์ดราม่าน้ำดีจาก Netflix ที่ถ่ายทอดออกมาได้สนุก ครบรส ซีรีส์มีพาร์ทดราม่าที่เล่าได้ทรงพลัง สะท้อนปัญหาในครอบครัวออกมาได้อย่างสมจริง เป็น Limited Series ที่เมื่อดูจบแล้วจะประทับใจไม่มากก็น้อย

สามารถรับชมซีรีส์ Boy Swallows Universe ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพL Netflix
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/raizBMsLYug

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
anime

รีวิว อนิเมะ Netflix สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก

อนิเมะ สกิลสุดพิสดาร กับ มื้ออาหารในต่างโลก ที่อาจทำให้บางคนรู้สึกหิวไปตามๆ กัน

การทำอาหารถือเป็นศาสตร์วิชาและศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ การมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะรังสรรค์เมนูต่างๆ ออกมา และที่สำคัญคือต้องมีใจรักในการทำอาหารด้วยจึงจะสมบูรณ์ วันนี้เราจึงอยากขอเอาใจเพื่อนๆ ที่มีใจรักและชื่นชอบการทำอาหารด้วยการแนะนำ อนิเมะ สกิลสุดพิสดาร กับ มื้ออาหารในต่างโลก ซึ่งเห็นแค่ชื่อก็รู้ได้เลยทันทีว่าเป็นแนวไหน และแน่นอนว่านอกจากจะได้ความสนุกแล้ว งานนี้อาจทำให้บางคนรู้สึกหิวไปตามๆ กัน

อนิเมะ สกิลสุดพิสดาร กับ มื้ออาหารในต่างโลก อนิเมะจาก Netflix

รายละเอียดเกี่ยวกับอนิเมะ

• ชื่อภาษาญี่ปุ่น คือ とんでもスキルで異世界放浪メシ

• ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Campfire Cooking in Another World with My Absurd Skill

• เขียนเรื่องโดย คุณเร็ง เองูจิ

• มีต้นฉบับมาจากไลท์โนเวลและมังงะ

• เป็น อนิเมะ Netflixแนวเกี่ยวกับการทำอาหาร แนวต่างโลก ผจญภัยและแฟนตาซี

• จำนวนตอนทั้งหมด 12 ตอน

• สามารถรับชมได้ทาง Netflix, IQIYI, Bilibili, Muse Thailand

เรื่องย่ออนิเมะ

เรื่องราวความสนุกได้เริ่มต้นจาก มุโคดะ สึโยชิ ชายหนุ่มอายุ 27 ปี ทำงานกินเงินเดือนชนเดือน วันหนึ่งเขาได้ถูกอัญเชิญมายังต่างโลกต่างมิติแบบงงๆ พร้อมได้รับสกิลพิเศษที่สามารถสั่งซื้อของออนไลน์จากในซูเปอร์ได้ทุกอย่าง แต่เขากลับรู้สึกว่าพลังนี้ไม่มีประโยชน์เลย จึงเลือกแยกตัวและออกเดินทางผจญภัยใช้ชีวิตในต่างโลกเพียงคนเดียว

แต่ด้วยวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยมและสกิลการทำอาหารจากโลกเดิมของเขา ทำให้ผู้คนที่ได้ลิ้มรสชาติ หรือแม้กระทั่งสัตว์อสูรในตำนานอย่างเฟนริล ต่างก็ชื่นชอบและติดอกติดใจในฝีมือการทำอาหารของเขา จนถึงขั้นตกลงทำสัญญาเป็นอสูรรับใช้ของเขาเพื่อแลกกับอาหารกันเลยทีเดียว จึงทำให้เขาค้นพบเส้นทางใหม่ในต่างโลก มาร่วมออกผจญภัยไปด้วยกันใน อนิเมะ Netflixสกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลกที่จะทำให้คุณหัวใจนุ่มฟู และรู้สึกหิวไปพร้อมๆ กัน

อนิเมะ สกิลสุดพิสดาร กับ มื้ออาหารในต่างโลก อนิเมะจาก Netflix

สรุปความน่าสนใจและคะแนนความสนุก

• จุดขายของ อนิเมะ Netflixเรื่องนี้ก็คือการทำอาหาร ภาพสวยสมจริง อาหารน่าทานมากๆ

• ตอนที่ทำอาหารพระเอกจะมีการพูดบรรยายพวกวัตถุดิบและขั้นตอนไปด้วย ทั้งยังมีซาวด์เอฟเฟกต์จาก asmr ที่มีเบื้องหลังจากการทำอาหารจริงๆ ทำให้เพิ่มความสมจริงเข้าไปอีก บอกเลยว่าคนดูมีหิว

• มีคติสอนใจชวนให้ขบคิด สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้ดี

• ตัวละครมีความเรียล ให้ความรู้สึกที่สมจริง ดูแล้วรู้สึกตามไปกับตัวละคร

• สัตว์ในเรื่องแม้จะดูน่ากลัวและความสามารถร้ายกาจ แต่ก็ดูน่ารักน่าฟัดน่ากอดสุดๆ

• สนุกและอินไปกับตัวละคร พร้อมได้ร่วมออกเดินทางผจญภัยในดินแดนต่างโลก

•คะแนนความสนุกให้ 9/10

รูปภาพประกอบ : sportskeeda.com

รูปภาพประกอบ : th.e-muse.com.tw

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Reacher season 2

ซีรีส์ Reacher season 2 ซีซั่นที่ยกระดับความเดือดจากซีซั่นแรกไปอีกเท่าตัว แอ็คชันเยอะขึ้น และดุเดือดขึ้น พาร์ทสืบสวนยังทำได้อย่างชวนติดตามตลอด 8 ตอน เพิ่มเติมด้วยมิติตัวละครที่หลากมุมมากขึ้น 

การกลับมาของซีรีส์สืบสวน แอ็คชัน ฟอร์มยักษ์จาก Prime Video ซีรีส์ Reacher season 2 ผลงานการสร้างสรรค์โดย นิค ซันทอรา (Prison Break) ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อดังของ ลี ไชลด์ โดยในซีซั่นนี้ยังคงได้ อลัน ริตช์สัน (Fast X) กลับมารับบท แจ็ค รีเชอร์ อีกครั้ง พร้อมสมทบด้วย เซลินดา สวอน (Devotion), ชอว์น ไซปอส (Final Destination 2), มาเรีย สตีน (ซีรีส์ Swamp Thing) และ โรเบิร์ต แพทริค (Terminator 2: Judgement Day)

ซีรีส์ Reacher season 2 แอ็คชันเยอะขึ้น และดุเดือดขึ้น

เรื่องราวของ Reacher ในซีซั่นนี้จะว่าด้วย แจ็ค รีเชอร์ (อลัน ริตช์สัน) ที่ได้รับข่าวจาก เนียร์รีย์ (มาเรีย สตีน) ถึงการเสียชีวิตอย่างปริศนาของอดีตลูกทีมเมื่อครั้งที่เขาเป็นนาวิกโยธิน ทำให้เขาต้องรวมทีมกับอดีตลูกน้องที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อร่วมกันสืบหาความจริงว่าใครคือคนที่ตามไล่ล่าพวกเขา และล่าเพื่ออะไร จนนำมาสู่เหตุการณ์สืบสวน ไล่ล่าสุดระทึก และเสี่ยงตายยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านมา

ซีรีส์ Reacher season 2 แอ็คชันเยอะขึ้น และดุเดือดขึ้น

สำหรับ Reacher ซีซั่นที่ 2 นี้ยังคงรักษามาตรฐานความดีงามจากซีซั่นแรกเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาคาแรคเตอร์พูดน้อยต่อยหนักของรีเชอร์ หรือการเป็นซีรีส์สืบสวนที่ผสมผสานความเป็นแอ็คชันไว้ได้อย่างลงตัว มีการเดินเรื่องที่เข้มข้นชวนติดตาม 

ด้านพาร์ทสืบสวนในซีซั่นนี้ซีรีส์ยังคงเล่าได้สนุก โดยในซีซั่นนี้ซีรีส์ได้เพิ่มบริบทคววามเป็นหนังสายลับเข้าไปในเรื่องไว้ด้วย ผู้ชมจะได้เห็นการโชว์ความเฉลียวฉลาดของตัวรีเชอร์ พร้อมทั้งเพิ่มเติมความเป็นหนังรวมทีมสายลับแบบ Mission Impossible มีการทำภารกิจปลอมตัว การเล่นชั้นเชิงต่างๆ ที่ถูกเล่าอย่างแยบยลคมคาย 

ซีรีส์Reacherseason2 แอ็คชันเยอะขึ้น และดุเดือดขึ้น

พอในซีซั่นนี้ไม่ได้มีแค่ตัวรีเชอร์ที่ฉายเดี่ยวแล้ว มันก็ได้ช่วยนกระดับฉากแอ็คชันของซีรีส์ให้มีมิติ มีความครบรสมากยิ่งขึ้น ตลอดเรื่องจะมีฉากแอ็คชันแบบรวมทีมสุดมันส์ให้ได้ชมเป็นระยะๆ ซึ่งจัดเต็มทั้งความโหด ดุ ดิบ รวมถึงมีความเล่นใหญ่แบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมยิ่งกว่าซีซั่นที่ผ่านมา

ซีรีส์Reacherseason2 แอ็คชันเยอะขึ้น และดุเดือดขึ้น

นอกจากพาร์ทสืบสวนและแอ็คชันที่ซีรีส์ทำได้โดดเด่นแล้ว ในซีซั่นนี้ซีรีส์ยังพาเราไปย้อนสำรวจที่มาของตัวละครรีเชอร์มากขึ้น ทำให้พาร์ทกราม่าของหนังสามารถสร้างอารมณ์ร่วมกับคนดู และเพิ่มความน่าติดตามให้ซีรีส์ชุดนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

โดยรวม Reacher ซีซั่น 2 เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ทั้งรักษามาตรฐาน และยกระดับให้ดีกว่าซีซั่นแรกได้อย่างดีเยี่ยม ตัวซีรีส์สามารถสร้างตัวเองให้เป็นหนึ่งในซีรีส์สืบสวนไม่กี่เรื่อง ที่มีทั้งพาร์ทสืบสวนที่เข้มข้น และฉากแอ็คชันที่ดุเดือด อยู่ในเรื่องเดียว ใครที่เคยชื่นชอบซีซั่นแรก จะรักซีซั่นนี้อย่างแน่นอน

สามารถรับชมซีรีส์ Reacher ทั้ง 2 ซีซั่นได้แล้วที่ Prime Video

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/IAC56ps6D6s

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ The Bequeathed

ซีรีส์ The Bequeathed ซีรีส์สืบสวนระทึกขวัญจากเกาหลี ที่อัดแน่นด้วยความเป็นฟิล์มนัวร์ มีการเปิดเรื่องที่ทำได้น่าติดตาม แต่น่าเสียดายที่ซีรีส์เน้นขายดราม่าเกินจำเป็น จนเล่นกับพลอตได้ไม่สุดเท่าที่ควร 

ซีรีส์ The Bequeathed ผลงานซีรีส์แนวสืบสวน ระทึกขวัญสัญชาติเกาหลี เรื่องล่าสุดจาก Netflix ที่ได้ ยอนซังโฮ (Train to Busan) มารับหน้าที่เขียนบท นำแสดงโดย คิมฮยุนจู (Jung_E), พัคฮีซุน (ซีรีส์ Moving) และเฮา เฟง (ซีรีส์​ Shadow Detective)

ซีรีส์ The Bequeathed ซีรีส์แนวสืบสวน ระทึกขวัญสัญชาติเกาหลี

เรื่องราวของ The Bequeathed จะว่าด้วย ยุนโซฮา (คิมฮยุนจู) หญิงสาวที่ชีวิตคู่และการงานของเธอกำลังถึงทางตัน จนกระทั่งเธอได้รับข่าวจากตำรวจว่าคุณปู่ที่เธอแทบไม่พบหน้าหรือรู้จักมาก่อนได้เสียชีวิตลง และทิ้งมรดกไว้ให้เธอคือสุสานประจำตระกูล แต่ทว่ามรดกนี้ก็พาให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อคนที่เกี่ยวข้องกับมรดกนี้ได้ถูกฆาตกรรมไปทีละคนๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชเวซองจุน (พัคฮีซุน) ต้องทำหน้าที่ตามล่าหาตัวคนร้าย ท่ามกลางบริบทการเมืองในองค์กรตำรวจที่พร้อมกดดันเขาตลอดเวลา

ซีรีส์ The Bequeathed ซีรีส์แนวสืบสวน ระทึกขวัญสัญชาติเกาหลี

The Bequeathed คือซีรีส์ที่มาพร้อมพลอตสุดน่าสนใจและโทนเรื่องที่เต็มไปด้วยความลึกลับน่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของต่างจังหวัดแบบเกาหลีที่มีความน่าขนลุก ตัวละครมากมายที่ดูมีมิติ มีความน่าสงสัย เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์สืบสวนระทึกขวัญสายดาร์กอีกเรื่องที่น่าจะถูกใจคอหนังแนวนี้ 

ด้านการดำเนินเรื่องซีรีส์เล่าออกมาได้อย่างชวนติดตาม ตลอดทั้งเรื่องซีรีส์เต็มไปด้วยประเด็นมากมายให้ชวนสงสัย ชวนค้นหา โดยเฉพาะความลึกลับของตระกูลเจ้าของมรดก ที่ซีรีส์ปูออกมาได้อย่างดี ในขณะที่พาร์ทสืบสวนตัวซีรีส์ก็เล่าได้อย่างเข้มข้น ด้วยคาแรคเตอร์ของ ชเวซองจุน ที่เป็นตำรวจใจกล้า มีความฉลาด ทำให้คนดูรู้สึกอยากติดตามเอาใจช่วยตัวละครนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

ซีรีส์TheBequeathed ซีรีส์แนวสืบสวน ระทึกขวัญสัญชาติเกาหลี

ไม่ใช่แค่พาร์ทสืบสวนที่ทำได้ดี The Bequeathed ยังผสมผสานพาร์ทดราม่า สะท้อนสังคมที่เล่าอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นเกมการเมืองในองค์กรตำรวจ รวมถึงการหาตัวแพะรับบาปเพื่อปิดคดี ซึ่งซีรีส์ตีแผ่ประเด็นนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยแง่คิดให้คนดูได้คิดตาม

ซีรีส์ The Bequeathed ซีรีส์แนวสืบสวน ระทึกขวัญสัญชาติเกาหลี

น่าเสียดายที่ The Bequeathed ใช้ความน่าสนใจของพลอตเรื่องและโทนของซีรีส์ได้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร เพราะด้วยตัวละครและประเด็นของซีรีส์ที่เยอะเกินไป ทำให้ซีรีส์ไม่สามารถโฟกัสที่การสืบสวนหรือความลึกลับ ระทึกขวัญของมรดกได้อย่างที่ขาย สุดท้ายทำให้ซีรีส์ตกม้าตายโดยเฉพาะในช่วงท้าย ที่มีจุดเฉลยที่ค่อนข้างจืดชืด ขาดความน่าตื่นเต้น หรือจุดพีคอย่างที่ควร

โดยสรุป The Bequeathed ถือว่าเป็นซีรีส์สืบสวนจากแดนกิมจิที่ดูสนุกอีกเรื่อง ตัวซีรีส์เต็มไปด้วยโทนเรื่องและบรรยากาศลึกลับ มีประเด็นที่สะท้อนสังคม ภาพรวมชวนให้นึกถึงหนัง Memories of Murder ของบงจุนโฮอยู่ไม่น้อย ใครที่ชอบซีรีส์สืบสวนสายดาร์กไม่ควรพลาด

สามารถรับชมซีรีส์ The Bequeathed ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/1rpDy2Hloic

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
anime

รีวิว อนิเมะ Netflix Bocchi the Rock สาวขี้อายขอเฉิดฉายหน่อยแล้วกัน!

อนิเมะ Bocchi the Rock ที่ติดอันดับต้นๆ ใน Netflix

สำหรับการ์ตูน อนิเมะ Bocchi the Rock นั้น เป็นหนึ่งในอนิเมะที่ติดอันดับยอดนิยมสูงสุดอีกหนึ่งเรื่อง เรียกได้ว่าเป็น อนิเมะ Netflix ม้ามืด ที่มาแรงแซงทางโค้งเรื่องอื่นๆ กันเลยทีเดียว โดยเรื่องนี้มีต้นฉบับมาจากการ์ตูนมังงะ ซึ่งพอนำมาทำเป็นฉบับอนิเมะนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว แถมเรื่องราวยังน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ หากใครอยากรู้ว่าอนิเมะเรื่องนี้สนุกยังไง ทำไมถึงมาแรงติดอันดับต้นๆ ได้ รีบตามเรามาดูรายละเอียดและอ่านเรื่องย่อพร้อมๆ กันเลย

อนิเมะ Bocchi the Rock บจจิเดอะร็อก! ต้นฉบับมาจากการ์ตูนมังงะ (รีวิว)

รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับอนิเมะ Bocchi the Rock

• ชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า ぼっち・ざ・ろっく! ( Botchi za Rokku! )

• ชื่อภาษาอังกฤษว่า Bocchi the Rock!

• ชื่อภาษาไทยคือ บจจิเดอะร็อก!

• สร้างโดย Studio CloverWorks

• เป็นอนิเมะที่ดัดแปลงจากมังงะของ อากิ ฮามาจิ

• เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวงดนตรี ชีวิตและการเติบโตของสาววัยเด็กมัธยม มิตรภาพและผองเพื่อน

• เป็นการ์ตูน อนิเมะ Netflix แนว Slice-of-Life

เรื่องย่อ Bocchi the Rock

โดยเนื้อหา อนิเมะ Netflix เรื่องนี้จะกล่าวถึงชีวิตของตัวเอกอย่าง โกโต ฮิโตริ หรือ โบ๊จจิ ひとりぼっち : hitoribocchi ที่แปลว่าอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายนั่นเอง โบ๊จจิเธอเป็นเด็กสาวที่มีนิสัยขี้อายมากๆ เข้าสังคมไม่เป็นเลยสักนิด และเธอได้หัดเล่นกีต้าร์เพียงเพราะอยากมีเพื่อน ทั้งยังอยากให้ตัวเองได้โดดเด่นเฉิดฉายจนอยากมีคนเข้ามาคุยกับเธอด้วย! สุดท้ายเธอก็ได้กลายเป็นมือกีต้าร์สาวผู้โด่งดังสมใจ แต่นั่นก็แค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น เพราะในชีวิตจริงเธอกลับไม่มีใครและยังคงอยู่อย่างโดดเดี่ยวเหมือนเดิม จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้เข้าไปร่วมเล่นกับวงดนตรีวงหนึ่งแบบไม่ทันตั้งตัว และนี่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เรื่องราวของสาวขี้อายผู้อยากมีเพื่อนจะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถติดตามชมได้ใน Bocchi the Rock ฉบับเต็มทางช่อง Netflix เลยจ้า

อนิเมะ Bocchi the Rock บจจิเดอะร็อก! ต้นฉบับมาจากการ์ตูนมังงะ (รีวิว)

ความน่าสนใจและคะแนน Bocchi the Rock

• เป็นการ์ตูนอนิเมะแนว Slice-of-Life ที่เล่าเรื่องราวและมีการล้อเลียนทั้งความเป็น CGDCT และ Slice-of-Life ได้อย่างน่าสนใจ

• โดดเด่นด้วยลูกเล่นของการเล่าเรื่องที่ได้ผสมผสานอารมณ์ขำขันเข้าไป แถมยังมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง

• เรื่องราวส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ชีวิตประจำวันและมิตรภาพที่แสนอบอุ่นของกลุ่มสาวๆ

• ภาพสวยและเสียงดนตรีดีมาก Mood ดีสุดๆ

• เป็นอีกหนึ่ง อนิเมะ Netflix น้ำดี ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คน

• ตัวละครมีคาแรคเตอร์ชัดเจน แถมยังน่ารักคนละแบบ

• สำหรับใครที่คาดหวังว่าเรื่องนี้จะเน้นไปทางดนตรีเยอะๆ บอกเลยว่าไม่ได้เน้นขนาดนั้น จะเน้นไปทางชีวิตและสังคมมากกว่า

• คะแนนความชอบ 8/10

รูปภาพประกอบ : sportskeeda.com

รูปภาพประกอบ : bilibili.tv

รูปภาพประกอบ : ggwp.id

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Detective Forst season 1

รีวิวซีรีส์ Detective Forst season 1 ซีรีส์สืบสวนสัญชาติโปแลนด์ ที่เล่าเรื่องได้สนุก กระชับ แม้พาร์ทสืบสวนทำได้ยังไม่ถึงเท่าที่ควร แต่พาร์ทระทึกขวัญทำได้ค่อนข้างดี เต็มไปด้วยเรื่องราวชวนลุ้น ชวนติดตามจนจบซีซัน

รีวิวซีรีส์ Detective Forst season 1 ผลงานซีรีส์สืบสวนสัญชาติโปแลนด์จาก Netflix ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ เรมิกุซ โมรอซ ที่ว่าด้วยเรื่องราวการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ณ เมืองเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยความหนาวเหน็บ โดยนักสืบฟอร์ส ที่ได้รับมอบหมายให้มาทำคดีนี้ ก็มาพร้อมบุคลิกที่ดุเดือด ไม่ยอมคน และเต็มไปด้วยข่าวเสื่อมเสียเรื่องชู้สาว ซึ่งเมื่อเขาได้ทำการสืบสวนไปเรื่อยๆ ก็ได้พบว่า คดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในเมืองของเขา

รีวิวซีรีส์ Detective Forst season 1 ซีรีส์สืบสวนสัญชาติโปแลนด์

Detective Forst เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนังสืบสวนสไตล์ Slow Burn ที่ในเรื่องจะไม่ได้มีแค่การสืบสวนคดีเท่านั้น แต่ยังพูดถึงชีวิต จิตใจของตัวละครไปพร้อมๆ กัน โดยซีรีส์จะเดินเรื่องด้วยการใช้ตัวละคร ฟอร์ส เป็นหัวใจหลักของเรื่อง ความน่าติดตามของซีรีส์จึงเป็นการสำรวจความคิด การกระทำ และย้อนไปถึงปูมหลังต่างๆ ของตัวละครนี้ 

รีวิวซีรีส์ Detective Forst season 1 ซีรีส์สืบสวนสัญชาติโปแลนด์

ด้านพาร์ทสืบสวนตัวซีรีส์เปิดเรื่องมาได้ชวนติดตาม มีความเป็นซีรีส์แบบ True Detective ทั้งรูปแบบการฆ่าที่น่ากลัว มีความโหดร้าย นอกจากนี้ยังสอดแทรกด้วยประเด็นการเมือง ความขัดแย้งต่างๆ ในองค์กร รวมทั้งการสร้างตัวละครสมทบต่างๆ ที่มีความน่าสงสัย ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้การสืบสวนในเรื่องมีความเข้มข้น น่าติดตาม 

นอกจากพาร์ทสืบสวนแล้ว Detective Forst ยังเพิ่มความน่าติดตามด้วยการใส่ความเป็นหนังแอ็คชัน ระทึกขวัญ เข้าไปในเรื่อง ทำให้ระหว่างทาง ซีรีส์เต็มไปด้วยฉากแอ็คชันที่ดุเดือด และสถานการณ์ชวนลุ้นระทึก บีบอารมณ์ในแต่ละตอน

แต่น่าเสียดายที่นอกจากด้านความบันเทิงที่ซีรีส์ทำออกมาได้ชวนติดตามแล้ว ในด้านบทของซีรีส์ Detective Forst กลับทำได้ค่อนข้างล้มเหลว ตัวซีรีส์ยังไม่สามารถนำเสนอพาร์ทสืบสวนออกมาได้ดีเท่าที่ควร เต็มไปด้วยช่องโหว่ที่เห็นชัดเจน ทั้งความไม่สมเหตุสมผล และวิธีการสืบที่ดูไม่รื่นไหล ขาดความสมจริง

รีวิวซีรีส์ Detective Forstseason1 ซีรีส์สืบสวนสัญชาติโปแลนด์

ในขณะที่พาร์ทดราม่า ซีรีส์ก็ทำออกมาครึ่งๆ กลางๆ ด้วยความที่ซีรีส์มีตัวละครที่เยอะเกินจำเป็น จนทำให้ซีรีส์ไม่สามารถโฟกัสไปที่ตัวละครเอกอย่างฟอร์ส ได้เท่าที่ควร ทำให้ตัวเอกในเรื่องนี้ออกมาเป็นตัวละครที่ไม่ได้มีความน่าจดจำ หรือความน่าเอาใจช่วยจากคนดูได้เท่าที่ควรไปอย่างน่าเสียดาย

โดยรวม Detective Forst คือซีรีส์สืบสวนจาก Netflix ที่พอดูได้เพลินๆ ซีรีส์เน้นความสนุกแบบหนังระทึกขวัญ มากกว่าความเป็นสืบสวน Slow Burn เป็นอีกเรื่องที่เห็นได้ถึงความพยายามจะเป็นซีรีส์สืลสวนน้ำดี แต่ยังทำได้ไม่ถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านบทซีรีส์ที่เห็นบาดแผลอย่างชัดเจน ซึ่งก็ต้องรอลุ้นต่อไปว่าซีรีส์เรื่องนี้จะมีซีซั่นต่อไปในอนาคตหรือไม่

สามารถรับชมซีรีส์ Detective Forst ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: Netflix
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/g70lOY0aWUY

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
anime

รีวิว อนิเมะ Netflix SPY x FAMILY สปายแฟมิลี่ ครอบครัวสายลับฉบับวายป่วง

อนิเมะ SPY x FAMILY สปายแฟมิลี่ ครอบครัวสายลับฉบับวายป่วง ใน Netflix

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนชอบดูหนังหรือการ์ตูนตอนกินข้าว แต่กว่าจะหาเรื่องดูได้ก็กินข้าวเสร็จแล้วหรือไม่ก็ยังเลือกเรื่องที่จะดูไม่ได้สักที วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ อนิเมะ Netflix ที่สนุกๆ ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน ซึ่งมีชื่อว่า SPY x FAMILY สปายแฟมิลี่ โดยจะมีความเป็นสายลับฉบับฮาๆ ดูแล้วช่วยคลายเครียดได้ดีทีเดียว บอกเลยว่าเป็นอนิเมะอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่น่าเบื่อเลย ส่วนเรื่องย่อและรายละเอียดอื่นๆ ของอนิเมะเรื่องนี้จะมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ตามมาอ่านได้จากรีวิวนี้เลย

อนิเมะ SPY x FAMILY สปายแฟมิลี่ ครอบครัวสายลับฉบับวายป่วง

เรื่องราวอนิเมะเกี่ยวกับอะไร

สำหรับSPY x FAMILY สปายแฟมิลี่ เรื่องนี้เป็น อนิเมะ Netflix ผลงานการสร้างจาก Studio Wit x CloverWorks โดยจะเป็นเนื้อเรื่องแนวครอบครัวสายลับผู้เก่งกาจ ที่มาพร้อมกับความตลกเฮฮาและความวายป่วงอีกเพียบให้เราได้ติดตามในเรื่อง ซึ่งดูเผินๆ แล้วก็เหมือนครอบครัวธรรมด๊าธรรมดาทั่วไปนี่แหละ มีเด็กน้อยใสๆ ซื่อๆ น่ารักๆ ที่ใครเห็นเป็นต้องโดนตกไปตามๆ กัน แต่..เมื่อดูจนจบความคิดของเพื่อนๆ จะเปลี่ยนไปทันที เอาล่ะตอนนี้ก็ถึงเวลามาอ่านเรื่องย่อเพื่อเรียกน้ำย่อยกันก่อน จะสนุกวายป่วงขนาดไหนนั้นตามมาอ่านกันเล้ย

เรื่องย่อ SPY x FAMILY สปายแฟมิลี่

การ์ตูน อนิเมะ Netflix เรื่องนี้จะเล่าถึง “ลอยด์” หรือสนธยา สายลับระดับมือพระกาฬ ที่เพิ่งรับ “อาเนีย” เด็กน้อยผู้มีหัวสีชมพูหน้าตาใสๆ น่ารักๆ มาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อมาเป็นลูก และก็ยังรับ “ยอร์” สาวน้อยธรรมดาๆ คนหนึ่งมาเป็นภรรยาเพื่อที่จะสร้างครอบครัวแบบปลอมๆ ใช้บังหน้าในการทำภารกิจลับบางอย่างแต่ต้องปิดบังความจริงเอาไว้ทั้งหมด แต่ทว่าลอยด์กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย ว่าความเป็นจริงแล้วเธอทั้งสองคนนั้นคือ เอสเปอร์ตัวน้อยที่สามารถอ่านใจได้และเจ้าหญิงหนามนักฆ่าสาวระดับมือฉมัง และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นSPY x FAMILY สปายแฟมิลี่ ครอบครัวปลอมๆ ที่ดูธรรมดาๆ ซึ่งจะมาทำให้คนดูทั้งฮาและสร้างรอยยิ้ม รวมถึงบางตอนก็มีอาการอยากหยุมหัวตัวละครในเวลาเดียวกัน จะเพราะอะไรนั้นสามารถติดตามต่อได้ใน Netflix เลยจ้า

อนิเมะ SPY x FAMILY สปายแฟมิลี่ ครอบครัวสายลับฉบับวายป่วง

สรุปความน่าสนใจและคะแนนความสนุกน่าติดตาม

• อนิเมะ Netflix แนวสายลับ มีความบู๊โลดโผน พร้อมความตลกเฮฮาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทำให้ดูได้ไม่มีเบื่อเลย

• ตัวละครมีคาเรคเตอร์น่าสนใจ ไม่จำเจ ทำให้คนดูเดาทางยาก

• ภาพสวย เสียงน่าฟัง

• มีให้ติดตามทั้งหมด 35 ตอน 2 ซีซั่นแบบฉ่ำๆ ดูกันยาวๆ เลย

• ออกฉายทางทีวีครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2565

• สำหรับคะแนนความสนุกให้ที่ 9/10

รูปภาพประกอบ : beartai.com

รูปภาพประกอบ : ramenparados.com

รูปภาพประกอบ : dicebreaker.com

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Reacher season 1

ซีรีส์ Reacher season 1 ซีรีส์สืบสวน แอ็คชันสุดเข้มข้น เป็น 8 ตอนที่ดุเดือด ระทึก และเล่าเรื่องได้ลงตัวกว่าเวอร์ชันหนังในแทบทุกด้าน อลัน ริชสัน เป็น แจ็ค รีเชอร์ ที่เท่ ดุ ดิบแบบสุดๆ 

หลังจากที่เวอร์ชันหนังทั้ง 2 ภาคไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนกระทั่งในที่สุด Prime Video ก็คว้าสิทธิ์ในการดัดแปลง Jack Reacher มาเป็นฉบับซีรีส์แทน โดยได้ นิค ซันทอรา (ซีรีส์ Prison Break) มารับหน้าที่สร้างสรรค์ซีรีส์ พร้อมได้พระเอกร่างใหญ่อย่าง อลัน ริชสัน (Fast X) มารับบทแจ็ค รีเชอร์ สำหรับ ซีรีส์ Reacher season 1 นั้น ดัดแปลงมาจากนิยายเล่ม Killng Floor ที่เขียนโดย ลี ไชลด์

ซีรีส์ Reacher season 1 ซีรีส์สืบสวน แอ็คชันสุดเข้มข้น 8 ตอน

เรื่องราวของ Reacher ซีซั่น 1 จะว่าด้วย รีเชอร์ (อลัน ริชสัน) ชายหนุ่มอดีตนาวิกโยธินที่ใช้ชีวิตอย่างคนพเนจร จนกระทั่งเขาได้มาลงเอยที่เมืองมาร์เกรฟ ที่เขาได้ถูกตำรวจในเมืองจับข้อหาต้องสงสัยว่าฆ่าคนตาย แต่ท้ายที่สุดเขาก็ได้พิสูจน์ว่าจนนั้นบริสุทธิ์ พร้อมทั้งพบว่าร่างที่ถูกฆาตกรรมนั้นคือพี่ชายของเขา ทำให้ รีเชอร์ ต้องร่วมกับตำรวจเมืองมาร์เกรฟ เพื่อไขคดีนี้

ซีรีส์ Reacher season 1 ซีรีส์สืบสวน แอ็คชันสุดเข้มข้น 8 ตอน

ความน่าสนใจของ Reacher คือการกลับมาเล่าเรื่องให้ตรงตามต้นฉบับเวอร์ชันหนังสือมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวละครรีเชอร์ในเรื่องที่ตรงตามคาแรคเตอร์มากกว่าตอนที่เป็นทอม ครูซ ในเวอร์ชันหนัง พร้อมทั้งการดำเนินเรื่องที่เน้นไปทางสืบสวน ระทึกขวัญ มากกว่าแอ็คชัน เพื่อโชว์ความฉลาดรอบคอบของตัวละคร รีเชอร์

แม้ซีรีส์จะเล่าหนึ่งคดีในตลอดทั้งซีซั่น แต่ Reacher กลับมาพร้อมการดำเนินเรื่องที่สนุกตลอดทั้งซีซั่น ซีรีส์แทบไม่มีความเป็น Slow Burn หรือจังหวะเนิบช้าชวนง่วง โดยในแต่ละตอนซีรีส์จะผสมผสานความเป็นหนังสืบสวน ที่มีฉากแอ็คชัน ไล่ล่า เป็นสีสัน ซึ่งลีลาบู๊ของซีรีส์ก็ทำได้โหด ดุเดือดสะใจ เคล้าด้วยพาร์ทดราม่าที่เพิ่มมิติให้แต่ละตัวละคร

ซีรีส์ Reacherseason 1 ซีรีส์สืบสวน แอ็คชันสุดเข้มข้น 8 ตอน

ด้านพาร์ทสืบสวน ซีรีส์ทำออกมาได้เข้มข้นมาก ตัวซีรีส์ไม่ได้แค่พาคนดูไปร่วมหาตัวคนร้าย แต่ยังเต็มไปด้วยพาร์ทที่ให้ตัว รีเชอร์ ได้แสดงไหวพริบ ความฉลาดรอบคอบ ที่นำมาสู่การเอาชนะผู้ร้ายได้อย่างแยบยล นอกจากนี้ซีรีส์ยังเล่นประเด็นการต่อสู้ของตำรวจดีและผู้มีอำนาจ ที่เพิ่มอรรถรสให้เนื้อหาของซีรีส์มีความดาร์กมากยิ่งขึ้น

ซีรีส์Reacher season 1ซีรีส์สืบสวน แอ็คชันสุดเข้มข้น 8 ตอน

โดยภาพรวม Reacher ซีซั่น 1 เรียกได้ว่าเป็นการดัดแปลงนิยายชุดนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด ซีรีส์มีทั้งพาร์ทสืบสวนที่สนุก ชวนติดตามตลอดทั้ง 8 ตอน พร้อมทั้งยังมีฉากแอ็คชันที่ดุเดือด นอกจากนี้ยังมีการขมวดปมต่างๆ ของตัวละครเพื่อปูทางไปซีซั่นต่อๆ ไปได้อย่างดีเยี่ยม

สามารถรับชมซีรีส์ Reacher season 1 ได้แล้ววันนี้ที่ Prime Video

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/GSycMV-_Csw

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Death’s Game

รีวิวซีรีส์ Death’s Game ซีรีส์เกาหลีที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ทั้งงานโปรดักชัน บท และการแสดง ซีรีส์เล่นประเด็นความตายได้อย่างแยบยลคมคาย พาร์ทระทึกขวัญเล่าได้ชวนลุ้น พาร์ทดราม่าทรงพลังชวนเรียกน้ำตาสุดๆ

รีวิวซีรีส์ Death’s Game ผลงานซีรีส์ฟอร์มยักษ์สัญชาติเกาหลีโดยสตรีม Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนชื่อเดียวกัน โดยตัวซีรีส์กำกับโดย ฮาบยองฮุน (18 Again) พร้อมได้ทีมนักแสดงแนวหน้าจากเกาหลีมาร่วมแสดง ไม่ว่าจะเป็น พัคโซดัม (Parasite), ซออินกุก (Project Woft Hunting), อีโดฮยอน (ซีรีส์ Sweet Home) และ โอจองแช (ซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay)

รีวิวซีรีส์ Death's Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

เรื่องราวของ Death’s Game จะว่าด้วย ชเวอีแจ (ซออินกุก) ชายหนุ่มที่พยายามสร้างความมั่นคงในชีวิตด้วยการหางานที่มั่นคง และบริษัทแนวหน้า แต่ทว่าเขากลับไม่ผ่านการสัมภาษณ์ จนกลายเป็นคนตกงาน ด้วยความสิ้นหวังในชีวิต อีแจได้ตัดสินใจปลิดชีวิตตนเอง ในโลกหลังความตายนั้นเอง อีแจได้พบกับ ‘ความตาย’ (พัคโซดัม) ที่ได้ทำหน้าที่ลงโทษเขาโดยการให้เล่นเกม โดยกติกาคือ อีแจ จะได้รับโอกาสกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่เขาจะได้เข้าไปอยู่ในร่างของคนที่กำลังจะถึงฆาต ซึ่งเขามีโอกาสทั้งหมด 12 ครั้ง หากเขาสามารถทำให้ร่างใดร่างหนึ่งรอดจากชะตากรรมที่จะมาถึงได้เขาก็จะได้ใช้ร่างนั้นจนกว่าจะถึงวันตายของคนๆ นั้น

รีวิวซีรีส์ Death's Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

แม้จะเป็นซีรีส์เกาหลีที่มีความยาวเพียง 8 ตอน ที่ถือว่าค่อนข้างสั้น แต่ Death’s Game เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่เล่าเนื้อหาได้กระชับ ครบรส และอัดแน่นคุณภาพมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ตัวซีรีส์มีทั้งความเป็นแฟนตาซี ดราม่า แอ็คชัน ระทึกขวัญ ไปจนถึงสืบสวน ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ผ่านการนำเสนอที่มีชั้นเชิง

ความสนุกของซีรีส์คือการนำเสนอเรื่องราวของ 12 ร่างที่ตัวละครอีแจ ต้องเข้าไปสิง ซึ่งแต่ละตัวละครนั้นจะมีปูมหลังที่ต่างกันไป มีตั้งแต่เด็กมัธยม, มหาเศรษฐี, ตำรวจ ไปจนถึงฆาตกรต่อเนื่อง ทำให้ในแต่ละตัวละครผู้ชมจะได้รับความบันเทิงในบริบทที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ซีรีส์ยังได้วางจุดเชื่อมโยงของตัวละครแต่ละตัว ให้เชื่อมโยงกันได้อย่างฉลาดแยบยล 

รีวิวซีรีส์Death Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

บทของซีรีส์ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อคิดเรื่องความตายที่ทุกคนต้องเผชิญ รวมถึงบาดแผลจากความความคิดสั้น ที่นำพามาสู่ความทุกข์ทรมานในรูปแบบต่างๆ ที่ตัวซีรีส์ได้สอดแทรกผ่านเรื่องราวของแต่ละตัวละคร ที่ซีรีส์ถ่ายทอดได้อย่างยอดเยี่ยม รวมทั้งการเล่าพาร์ทระทึกขวัญ สืบสวน ที่กลายมาเป็นจุดเซอร์ไพรส์ของเรื่อง เพราะซีรีส์ได้ให้ตัวละคร อีแจ มีไหวพริบที่ฉลาด เต็มไปด้วยวิธีการเอาชีวิตรอดที่มีชั้นเชิง แบบที่คนดูคาดไม่ถึง

รีวิวซีรีส์Death Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

ด้านงานโปรดักชันของซีรีส์ Death’s Game ก็ถือได้ว่าโดดเด่นมากๆ ซีรีส์มีฉากแอ็คชัน ที่ใช้ CGI ได้เทียบเท่ากับหนังฮอลีวูด ทั้งฉากขับรถไล่ล่ากลางเมือง ที่ทำได้สนุกตื่นเต้น ชวนตื่นตาตื่นใจ หรือฉากการสร้างสรรค์นรก ที่มีความยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัว รวมทั้งการสร้างสรรค์ฉากโหดเลือดสาด ที่ซีรีส์เรื่องนี้ก็ใส่เต็มถูกใจคนที่ชอบหนังโหดๆ ไม่น้อย

โดยรวม Death’s Game คือซีรีส์เกาหลีน้ำดีประเดิมปี 2024 อีกเรื่อง ที่มาพร้อมการเล่าเรื่องที่อัดแน่นทั้งความบันเทิงแบบครบรส และแง่คิดดีๆ ภายในความยาวเพียง 8 ตอน เป็นอีกซีรีส์ที่ดูแล้วคุณจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ และอาจเสียน้ำตาในตอนท้ายก็เป็นได้

สามารถรับชมซีรีส์ Death’s Game ได้แล้ววันนี้ที่ Prime Video

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/0DqUfJeknJw

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Echo

รีวิวซีรีส์ Echo ซีรีส์สายดาร์คจาก Marvel ที่ยังออกมาได้ไม่ถึงเท่าที่ควร ซีรีส์พยายามใส่ประเด็นมากมายลงไปในเรื่องราว 5 ตอน จนซีรีส์ไปไม่สุดสักทาง งานโปรดักชันทำได้ดี มีการออกแบบฉากบู๊ที่สวยงาม ดูเพลินสุดๆ 

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นงานเปิดตัวค่าย Marvel Spotlight ซึ่งถือว่าเป็นคอนเทนต์ที่ว่าด้วยกลุ่มฮีโร่ติดดินของจักรวาล MCU ที่ในอนาคตอาจประกอบไปด้วย Daredevil, Punisher เป็นต้น ในส่วนเรื่อง Echo นี้ก็เป็นการต่อยอดมาจากเหตุการณ์ในซีรีส์ Hawkeye ซึ่งได้ อลาคัว ค็อกซ์​ กลับมารับบท มายา โลเปซ และ วินเซนต์ ดิโอโนฟริโอ กลับมารับบท คิงพิน อีกครั้ง

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

ซีรีส์​ Echo จะเล่าเรื่องราวหลังจากที่ มายา (อลาคัว ค็อกซ์) ได้รู้ความจริงว่า คิงพิน (วินเซนต์ ดิโอโนฟริโอ) นั้น คือคนที่ฆ่าพ่อของเธอ และหลอกใช้เธอมาโดยตลอด ทำให้เธอได้ยิงปืนใส่ที่ตาของเขา ส่วนเธอนั้นได้กลับมายังบ้านเกิดที่โอกลาโฮมา แต่ทว่าทุกอย่างก็ไม่เป็นดังหวัง เพราะคิงพินนั้นยังไม่ตาย และยังได้กลับมาตามล่าเธอ ทางเดียวที่ มายา จะรอดจากชะตากรรมครั้งนี้คือการกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

ตัวซีรีส์มาพร้อมการความยาวเพียง 5 ตอน ซึ่งถือว่าเป็นซีรีส์ขนาดสั้นที่สุดของ Marvel ก็ว่าได้ โดยในซีรีส์นั้นจะเน้นขายเรื่องราวของโลกอาชญากรรม ที่เป็นการต่อยอดมาจากซีรีส์ Daredevil ของ Netflix มีการใช้นักแสดงนำชุดเก่ากลับมาในบทเดิมอีกครั้ง พร้อมโทนเรื่องที่ดาร์คกว่าเดิม มีความรุนแรงมากกว่าหนังหรือซีรีส์ MCU ภาคหลัก

จุดเด่นของซีรีส์คือฉากแอ็คชัน ที่เรื่องนี้เน้นการต่อสู้แบบมือเปล่า มีการผสมผสานศิลปะการต่อสู้หลากหลายแนวเข้าไว้ ทำให้ฉากบู๊ของเรื่องทำออกมาได้สนุก มีความสวยงาม พร้อมด้วยมุมกล้องที่เท่ ชวนให้ดูเพลินสุดๆ และด้วยงานโปรดักชันของ Marvel ที่ช่วยเพิ่มความเล่นใหญ่ อลังการให้ซีรีส์เรื่องนี้มีสีสันมากขึ้นไปอีก

รีวิวซีรีส์Echoผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

น่าเสียดายที่นอกจากด้านงานโปรดักชันและฉากบู๊แล้ว Echo แทบจะสอบตกในหลายๆ ทาง ซีรีส์พยายามใส่หลากประเด็นเข้ามาในเรื่อง ทั้งความสัมพันธ์ของมายาและคิงพิง รวมถึงปูมหลังเธอและครอบครัว นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่มาของชนเผ่าของเธอ ที่นำมาสู่พลังพิเศษ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ซีรีส์ไม่สามารถนำเสนอใน 5 ตอนให้ออกมาเคลียร์ได้ ทุกพาร์ทถูกเล่าออกมาได้อย่างครึ่งๆ กลางๆ ไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูได้เท่าที่ควร 

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

จุดที่เสียดายที่สุดคือบทของ คิงพิน ที่แม้ว่าตัว วินเซนต์ ดิโอโนฟริโอ จะพยายามทำให้บทนี้ยังคงความน่ากลัว น่าเกรงขามแบบที่เคยทำในซีรีส์ Daredevil แต่ด้วยบทที่ไปไม่สุด ทำให้ คิงพินในเรื่องนี้ขาดเสน่ห์แบบเดิมๆ ที่เคยมี และกลายเป็นเพียงตัวร้ายในหนังอาชญากรรมสูตรสำเร็จ ที่ไม่ได้มีอะไรให้น่าจดจำแต่อย่างใด

Echo เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ประเดิมจาก Marvel Spotligt ที่ยังทำได้ไม่สุดเท่าที่ควร ทั้งด้านบท หรือความพยายามเป็นซีรีส์อาชญากรรมสายดาร์กก็ตาม แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นงานที่ดูสนุก เพลินๆ โดยเฉพาะใครที่มองหาซีรีส์แอ็คชันมันส์ๆ น่าจะถูกใจไม่น้อย

สามารถรับชมซีรีส์ Echo ได้แล้ววันนี้ที่ Disney+ Hotstar

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/jdJTot-idOs

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
anime

รีวิว อนิเมะ Netflix มาแรง Oshi no Ko เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ

อนิเมะOshi no Ko เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ อนิเมะเกี่ยวกับชีวิตไอดอล

สำหรับวันนี้เราจะขอเอาใจเหล่าโอตาคุทั้งหลายที่มีไอดอลในดวงใจ ด้วยการมารีวิว อนิเมะOshi no Ko เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ ซึ่งเป็นอนิเมะเกี่ยวกับชีวิตไอดอล และถือเป็น อนิเมะ Netflix ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในขณะนี้ หลายๆ คนอาจคิดว่าอนิเมะเรื่องนี้เป็นแนวสดใสเบิกบานใจดูแล้วน่าเบื่อแน่นอน แต่บอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้ว เพราะเรื่องนี้มีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านั้นอีกเยอะ ทั้งความหักมุมและเรื่องราวปวดตับที่คาดไม่ถึง เอาล่ะถ้าอยากรู้ว่าสนุกยังไง ทำไมแฟนๆ อนิเมะถึงสนใจมากขนาดนี้ก็ตามมาอ่านได้จากรีวิวนี้เลย

อนิเมะOshi no Ko เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ อนิเมะ Netflix ที่มาแรงในขณะนี้

รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับ Oshi no Ko

• ชื่อภาษาไทยก็คือ เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ

• ชื่อญี่ปุ่น คือ【推しの子】

• อนิเมะ Netflix แนวนาฏกรรม สืบสวน และมีความเหนือธรรมชาติร่วมด้วย

• สร้างจากการ์ตูนมังงะแนว Seinen โดยเป็นผลงานการเขียนของอาจารย์ Akasaka Aka และวาดโดย Yokoyari Mengo

• ในฉบับมังงะได้มีการตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2020 ในนิตยสารยังจัมป์รายสัปดาห์

• เวอร์ชั่นมังงะมีฉบับแปลไทยออกมาแล้ว 7 เล่มโดยสำนักพิมพ์รักพิมพ์

• เวอร์ชั่นอนิเมะได้ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2023

เรื่องย่อ Oshi no Ko เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ

Oshi no Ko เป็นเรื่องราวของ Amamiya Gorou หมอสูติหนุ่มผู้คลั่งไคล้ไอดอลสาวสวยอย่าง Hoshino Ai แบบสุดๆ วันหนึ่งไอดอลสาวคนนี้ได้มาฝากครรภ์กับคุณหมอ และหมอก็รับปากว่าจะช่วยทำคลอดให้ แต่ทว่าหมอกลับถูกสาวก Ai ทำร้ายจนเสียชีวิต!

และเมื่อรู้สึกตัวอีกทีหมอหนุ่มคนนี้ก็ได้มาเกิดใหม่เป็นลูกฝาแฝดของไอดอลสาว โฮชิโนะ ไอ ซะแล้ว และมีชื่อใหม่ว่า โฮชิโนะ อความารีน ส่วนน้องสาวฝาแฝดชื่อว่า โฮชิโนะ รูบี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปและใครคือพ่อของเด็ก สามารถติดตามต่อได้ใน อนิเมะ Netflix Oshi no Ko เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ ที่รอให้เราได้สัมผัสทั้งมุมสดใสและด้านมืดของวงการบันเทิงรวมถึงคำว่า “ไอดอล”

อนิเมะOshi no Ko เกิดใหม่เป็นลูกโอชิ อนิเมะ Netflix ที่มาแรงในขณะนี้

สรุปความน่าสนใจและคะแนนความชอบ

• เนื้อเรื่องน่าสนใจน่าติดตามตั้งแต่ตอนแรก มีตั้งแต่ความสดใสของไอดอล เด็กน้อยน่ารัก ทั้งยังมีเรื่องการสืบสวนสอบสวนและความดาร์ค พร้อมการตีแผ่เบื้องหลังวงการบันเทิงอีกเพียบ เรียกได้ว่าดูแล้วได้อรรถรสครบครัน

• เปิดเรื่องมาตอนแรกของ อนิเมะ Netflix เรื่อง Oshi no Ko จะมีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 22 นาที ซึ่งถือว่ายาวพอๆ กับหนังหนึ่งเรื่องเลย แต่ข้อดีก็คือทำให้เราได้สนุกเพลิดเพลินแบบยาวๆ และเป็นการดึงดูดความสนใจให้เราอยากดูตอนต่อๆ ไปเรื่อยๆ

• ภาพสวยสีสันสดใส ฉาก แสง สี เสียง และตัวละคร มีรายละเอียดที่สวยงาม

• ชื่อเพลง Idol เป็นเพลงประกอบหลักจากศิลปิน YOASOBI แม้ว่าเป็นเพลงทำนองสนุกดูสดใส แต่เนื้อหากลับมืดมนเข้ากับเรื่องนี้สุดๆ

• สรุปคะแนนความชอบ 9.5/10

รูปภาพประกอบ : oneesports.gg

รูปภาพประกอบ : anitrendz.net

รูปภาพประกอบ : ramenparados.com

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ My Home Hero season 1

My Home Hero season 1 ซีรีส์อาชญากรรมตลกร้าย ที่เล่าได้สนุก ดุเดือด ในแทบทุกตอน เต็มไปด้วยการหักเหลี่ยมเฉือนคมของตัวละครที่ชวนลุ้น คาดเดาไม่ได้ เคล้าด้วยพาร์ทดราม่าที่ถ่ายทอดได้ทรงพลัง

My Home Heroคือซีรีส์สัญชาติญี่ปุ่น ที่ดัดแปลงมาจากมังงะและอนิเมะชื่อเดียวกัน ที่เขียนโดย นาโอกิ ยามาคาวะ โดยเวอร์ชันซีรีส์นั้นได้ ทาคาฮิโระ อาโอยามะ มารับหน้าที่กำกับ นำแสดงโดย คุราโนะซุเกะ ซาซากิ (Gojira 1.0), เคียวเฮ ทาคาฮาชิ และอาซุกะ ไซโตะ 

My Home Hero season 1 ซีรีส์อาชญากรรมตลกร้าย

เรื่องราวของ My Home Heroจะว่าด้วย เท็ตซึโอะ โทสุ (คุราโนะซุเกะ ซาซากิ) ชายผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวเล็กๆ อันแสนอบอุ่น ที่วันหนึ่งเขาได้พบว่าลูกสาวของเขานั้นเริ่มมีรอยช้ำที่มาจากการทำร้ายร่างกายโดยแฟนหนุ่ม เท็ตซึโอะ เลยได้ทำการปกป้องลูกสาวจนพลั้งมือฆ่าแฟนหนุ่มของเธอ ทำให้องค์กรอาชญากรที่แฟนหนุ่มเกี่ยวข้องพยายามหาตัวคนที่ลงมือฆ่า จนนำมาสู่การหักเหลี่ยมเฉือนคมของคนธรรมดา และอาชญากรสุดเข้มข้น

My Home Hero season 1 ซีรีส์อาชญากรรมตลกร้าย

ความน่าสนใจของ My Home Heroคือการเป็นซีรีส์ที่หยิบเรื่องราวตลกร้ายของคนธรรมดาๆ ที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับโลกอาชญากรรม ให้ออกมาสนุก เต็มไปด้วยความตลกร้าย หลายบริบทของซีรีส์ชวนให้นึกถึง Breaking Bad ทั้งการถ่ายทอดความเนิร์ดของตัวละครในโลกอาชญากรรม และการเล่าผ่านตัวละครผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ชวนให้เราอยากลุ้นไปจนจบเรื่อง

ความสนุกของซีรีส์ไม่ใช่แค่การหยิบโลกอาชญากรรมมานำเสนอเท่านั้น แต่ซีรีส์ยังใช้ความเป็นซีรีส์สืบสวนมาผสมผสาน โดยการสร้างตัวละครเท็ตสึโอะที่มีความหมกมุ่นในนิยายสืบสวน ทำให้ผู้ชมได้สนุกเพลิดเพลินไปกับการพยายามทำลายหลักฐาน การเล่นแง่ต่างๆ ของตัวละครที่เล่าได้ชาญฉลาด และเต็มไปด้วยจุดเซอร์ไพรส์มากมาย

My Home Hero season1ซีรีส์อาชญากรรมตลกร้าย

ไม่ใช่แค่พาร์ทอาชญากรรมที่เล่าได้แข็งแรงเท่านั้น My Home Heroยังสามารถเล่นประเด็นดราม่าได้อย่างทรงพลัง ซีรีส์สามารถกระจายบทให้แต่ละตัวละครได้มีบทบาท มีมิติเท่าๆ กัน โดยเฉพาะประเด็นของครอบครัวที่ซีรีส์เล่าได้ยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ชมสามารถรู้สึกร่วมไปกับตัวละครต่างๆ ได้จนจบเรื่อง 

MyHome Heroseason1ซีรีส์อาชญากรรมตลกร้าย

โดยรวม My Home Heroนับว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์อาชญากรรมชั้นดีจากญี่ปุ่น ที่เล่าเรื่องได้อย่างสนุกครบรส เป็น 10 ตอนที่ดูเพลินด้วยเวลาไม่ถึงวันเท่านั้น ยิ่งหากใครที่ชอบซีรีส์สไตล์ Breaking Bad หรือซีรีส์สืบสวนเนื้อหาเข้มข้น นี่คือเรื่องที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

สามารถรับชมซีรีส์ My Home Hero ได้แล้ววันนี้ที่ Disney+ Hotstar

Cr.ภาพ: Disney+
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/AyI8ivwxrAA

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
anime

รีวิว หนุ่มซิงกับสาวฮอต เดตนี้จะรอดมั้ยนะ

รีวิว หนุ่มซิงกับสาวฮอต อนิเมะโรแมนติก ผสมคอมเมดี้ที่ต้องห้ามพลาด

ช่วงนี้การ์ตูนอนิเมะคุณภาพก็ออกฉายมาให้ชมกันหลายเรื่อง เชื่อว่าเพื่อนๆ คงเลือกจะดูไม่ถูกกันเลยทีเดียว วันนี้เราก็เลยอยากจะมารีวิว อนิเมะโรแมนติก น้ำดีที่มีชื่อเรื่องว่า หนุ่มซิงกับสาวฮอต เดตนี้จะรอดมั้ยนะซึ่งชื่อเต็มของเรื่องก็คือKeikenzumi na Kimi to, Keiken Zero na Ore ga, Otsukiai suru Hanashi เป็นอนิเมะโรแมนติกคอมเมดี้ที่ครบรสและอัดแน่นไปด้วยคุณภาพอีกหนึ่งเรื่อง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ และเรื่องย่อจะสนุกน่าติดตามขนาดไหนนั้น ตามมาอ่าน รีวิว หนุ่มซิงกับสาวฮอต ไปพร้อมๆ กันเล้ย

รีวิว หนุ่มซิงกับสาวฮอต อนิเมะโรแมนติก ผสมคอมเมดี้

เป็นอนิเมะแนวไหน และมีเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร?

สำหรับอนิเมะเรื่อง Keikenzumi na Kimi to, Keiken Zero na Ore ga, Otsukiai suru Hanashi หรือ หนุ่มซิงกับสาวฮอต เดตนี้จะรอดมั้ยนะ เป็นอนิเมะแนวรักโรแมนติกคอมเมดี้ โดยได้ถูกดัดแปลงมาจากไลท์โนเวล ซึ่งเป็นผลงานของอาจารย์ Makiko Nagaoka ต่อมาได้นำมาสร้างเป็นการ์ตูน อนิเมะโรแมนติก และได้ออกอากาศให้เราได้รับชมกันปี 2023 นี้ โดยทางสตูดิโอ ENGI

เรื่องย่อ อนิเมะ หนุ่มซิงกับสาวฮอต เดตนี้จะรอดมั้ยนะ

เรื่องราวของ คาชิมะ ริวโตะ เด็กหนุ่มมัธยมปลาย Introvert ผู้มีคาเร็คเตอร์ที่ดูจืดชืดไม่มีอะไรน่าสนใจเอาซะเลย แต่เขาดันไปแพ้เดิมพันจนต้องไปสารภาพรักกับสาวสวยระดับตัวท็อปของโรงเรียน อย่าง ชิราคาวะ รุนะ ที่หนุ่มๆ หลายคนหมายปอง เเต่รุนะกลับให้คำตอบรับรักริวโตะเเบบง่ายๆ ด้วยเหตุผลที่ง่ายกว่า คือเธอกำลังว่างอยู่พอดี

แค่นั้นยังไม่พอรุนะยังพาเขาเข้าไปถึงห้องนอนและทำเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ ที่ใครก็ทำกันอีก เชื่อเหลือเกินว่าใครที่ชอบการ์ตูนแนวรักโรเเมนติกต้องชอบ อนิเมะโรแมนติก เรื่องนี้อย่างแน่นอน แถมมีความคอมเมดี้เข้ามาเพิ่มสีสันเข้าไปอีก ที่สำคัญนางเอกสวยมากๆ เพราะฉะนั้นหนุ่มๆ ต้องห้ามพลาดเลย

รีวิว หนุ่มซิงกับสาวฮอต อนิเมะโรแมนติก ผสมคอมเมดี้

สรุปคะแนนความน่าสนใจของอนิเมะเรื่องนี้

• เป็นอนิเมะที่มีต้นฉบับมาจาก Light Novel

• มีจำนวนตอนทั้งหมด 12 ตอน

• เริ่มฉายที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2023

• เป็น อนิเมะโรแมนติก ที่มีคุณภาพอีกหนึ่งเรื่อง

• Mood & Tone ของการ์ตูนเรื่องนี้ ทำออกมาได้น่ารักและสดใส เข้ากับความเป็นอนิเมะแนวรักโรแมนติกคอมเมดี้

• ภาพสวย ตัวละครคาเร็คเตอร์ชัดเจน ที่สำคัญคือนางเอกสวยมาก

• เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ใครที่ชอบอนิเมะรักโรแมนติกต้องห้ามพลาดเรื่องนี้เลย

• คะแนนความสนุกฉ่ำๆ ฟินๆ 9/10

รูปภาพประกอบ : animekimi.com

รูปภาพประกอบ : serpentorslair.com

รูปภาพประกอบ : anmtvla.com

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิว What If season 2

รีวิว What If season 2 อนิเมชันสุดตื่นตาจาก MCU ที่แม้ซีซั่นนี้จะไม่ได้มาพร้อมเนื้อหาที่น่าสนใจเท่าซีซั่นแรก แต่การเดินเรื่องที่ผูกโยงทุกตอนไว้ด้วยกันก็ทำได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ยังคงอัดแน่นด้วยเซอร์ไพรส์

รีวิว What If season 2 ซีรีส์อนิเมชันฟอร์มยักษ์จาก MCU ที่จะเป็นการหยิบเรื่องราวของฮีโร่ Marvel มาเล่าในเหตุการณ์ที่ผิดแปลก และไม่มีทางได้เห็นในหนัง โดยในซีซันนี้ยังคงได้ ไบรอัน แอนดรูว์ มือกำกับศิลป์จากซีรีส์ Star Wars: Clone War กลับมารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง พร้อมทั้งยังได้ เจฟฟรีย์ ไรท์ (No Time To Die) กลับมารับหน้าที่พากย์เสียง The Watcher อีกครั้ง

รีวิว What If season 2 ซีรีส์อนิเมชันฟอร์มยักษ์จาก MCU

ใน What If ซีซั่นที่ 2 นี้จะยังคงว่าด้วยเรื่องราวของเหล่าฮีโร่ Marvel ในเหตุการณ์ที่ผลิกผันไปจากเหตุการณ์ในภาคหลัก ในแต่ละพหุจักรวาล ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ ควิลล์ ที่ถูกส่งกลับมายังบ้านเกิดเพื่อทำลายโลก, โทนี่ สตาร์ก ที่ถูกจับไปอยู่ในเกมรถแข่ง และทีม Avengers ที่เกิดขึ้นในปี 1602 ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ก็ได้ถูกเชื่อมโยงโดย The Watcher ที่คอยเผ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่าง

รีวิว What If season 2 ซีรีส์อนิเมชันฟอร์มยักษ์จาก MCU

สำหรับซีซั่นที่ 2 นี้ ตัวซีรีส์ยังรักษาภาพรวมไว้ได้ค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นงานภาพ งานโปรดักชัน ที่ยังชวนให้ดูเพลิน ยังคงสามารถเล่นกับความเป็นหนัง Marvel ได้อย่างลงตัว ใครที่ตามหนัง MCU มาตลอดจะยังสามารถเอ็นจอยไปกับซีรีส์ได้ราวกับดูหนัง MCU เลย นอกจากนี้ซีรีส์ยังเพิ่มกิมมิคให้เข้ากับความเป็นช่วงสิ้นปี ด้วยการใส่เนื้อหาที่พูดถึงคริสต์มาส และหน้าหนาว เพื่อเพิ่มอรรถรส

การเล่าเรื่องในซีซั่นนี้อาจไม่ได้มาพร้อมพลอตที่ชวนตื่นตาตื่นใจเหมือนในซีซั่นแรก เพราะซีรีส์จะเล่าไปที่ตัวละครรองมากกว่าตัวละครหลัก ไม่ว่าจะเป็น เนบูฃา, แฮ้ปปี้ โฮแกน, เฮรา หรือกัปตันคาร์เตอร์ ดังนั้นใครที่หวังจะได้เห็นตัวละครภาคหลักอย่าง กัปตันอเมริกา, ไอร่อนแมน, ธอร์ หรือโลกิ อาจต้องผิดหวัง

แต่ด้วยความที่ซีรีส์เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครรอง ทำให้ตลอดทั้ง 9 ตอนของซีซั่นนี้ค่อนข้างมีเนื้อหาที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำทางเดิมกับซีซั่นแรก บางตอนสามารถเล่นกับกิมมคตัวเองได้ค่อนข้างดี บางตอนมีความเป็นหนังสืบสวน บางตอนเป็นหนังพีเรียต หรือบางตอนที่เป็นหนังคริสต์มาส โดยที่เนื้อหายังคงเชื่อมโยงกัน และไม่หลุดคอนเซปต์จนเกินไป

รีวิวWhat If season2 ซีรีส์อนิเมชันฟอร์มยักษ์จาก MCU

ไฮไลท์ของ What If ซีซั่น 2 คือตอนสุดท้ายของเรื่องที่ยังคงรวมทีเด็ดเซอร์ไพรส์มากมายให้กับคนดู โดยเฉพาะแฟน Marvel ตัวซีรีส์ได้เล่นใหญ่ใส่เต็ม ทั้งฉากแอ็คชัน และอีสเตอร์เอ้กมากมายที่ชวนตื่นตาตื่นใจตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้ายของตอน

รีวิวWhat If season2 ซีรีส์อนิเมชันฟอร์มยักษ์จาก MCU

ในส่วนของจุดด้อยของ What If ซีซั่นนี้คือการเล่าเรื่องที่ยังไม่ดีเท่ากับมาตรฐานที่ศซีซั่นแรกทำไว้ เพราะซีซั่นนี้ซีรีส์มัวแต่พยายามสร้างเรื่องราวใหม่ๆ รวมถึงการนำตัวละครจากหนัง MCU หลายเรื่องมาผูกโยงกัน ทำให้ใครที่ไม่ได้ตามหนัง MCU ตลอดอาจไม่อินไปกับเรื่อง รวมทั้งบทในบางตอนที่พยายามเน้นเล่าเพื่อเอาสนุก จนเนื้อหาขาดความสมเหตุสมผลไปอย่างน่าเสียดาย

โดยรวม What If ซีซั่น 2 ถือว่าเป็นงานที่รักษามาตรฐานจากซีซั่นแรกไว้ได้ค่อนข้างดี ทั้งงานภาพ โปรดักชัน อาจดรอปในเรื่องของบทไปบ้าง แต่ซีรีส์ก็ยังสามารถสร้างเซอร์ไพรส์และความตื่นตาตื่นใจให้แฟน MCU ได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นงานปิดท้ายปี 2023 จาก Marvel ที่สวยงาม

สามารถรับชมซีรีส์ What If season 2 ได้แล้ววันนี้ที่ Disney+ Hotstar

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/TiEVqZ2Bc_c

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
anime manga

รีวิว มังงะ ต่างโลก The Faraway Paladin ยอดอัศวินจากแดนไกล

รีวิว The Faraway Paladin ยอดอัศวินจากแดนไกล การ์ตูนมังงะแฟนตาซี

รีวิว The Faraway Paladin ยอดอัศวินจากแดนไกล อีกหนึ่งการ์ตูนมังงะแฟนตาซีแสนสนุกที่แฟนๆ มังงะต้องห้ามพลาดเลย เพราะเป็น มังงะ ต่างโลกจากผลงานการเขียนของนักเขียนชื่อดัง ที่มีผลงานยอดฮิตอีกหลายเรื่องออกมาให้แฟนๆ ได้อ่านกัน ซึ่งเรื่องนี้จะออกแนวเกิดใหม่ต่างโลกที่มาพร้อมกับความสนุกครบรสน่าติดตาม ใครได้อ่านก็เป็นต้องอินไปตามๆ กันอย่างแน่นอน จะสนุกขนาดไหนนั้นตามมาอ่านข้อมูลและเรื่องย่อไปพร้อมๆ กันเลย

รีวิว The Faraway Paladin ยอดอัศวินจากแดนไกล

ข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนมังงะ

• ชื่อภาษาญี่ปุ่น คือ Saihate no Paladin

• ชื่อภาษาอังกฤษThe Faraway Paladin

• มีชื่อภาษาไทยว่า ยอดอัศวินจากแดนไกล

• เป็น มังงะ ต่างโลก จากผลงานการเขียนของอาจารย์ Kanata Yanagino และผลงานการวาดของอาจารย์ Mutsumi Okuhashi

• มังงะแนวต่อสู้ การออกเดินทางผจญภัย และแฟนตาซีหรรษา

• สำนักพิมพ์ญี่ปุ่น Overlap และจากสำนักพิมพ์ของไทย ANIMAG

• วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน

• จำนวนเล่มทั้งหมด 12 เล่ม

รีวิว The Faraway Paladin ยอดอัศวินจากแดนไกล

เรื่องย่อมังงะThe Faraway Paladin

สำหรับ มังงะ ต่างโลกThe Faraway Paladinยอดอัศวินจากแดนไกล เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ชีวิตต้องจมอยู่กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้ทำได้แค่สำนึกเสียใจตลอดมา แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่เป็นโลกอีกใบในร่างของเด็กทารกที่เพิ่งเกิดใหม่ แต่ทว่าความทรงจำของเขายังคงจำได้ทุกอย่างเหมือนเดิม และเขาได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า “ วิลเลียม “

วิลเลียมถูกเลี้ยงดูโดยอันเดด 3 ตน ได้แก่ มารี มัมมี่สาวผู้มีความเมตตา บลัด โครงกระดูกใหญ่ยักษ์ที่มาพร้อมความแข็งแกร่งกล้าหาญ และ กัส ผีเฒ่าผู้เก่งกาจด้านการใช้เวทมนตร์ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ได้เคยเป็นสุดยอดผู้เก่งกาจของโลก ทำให้วิลเลี่ยมเติบโตขึ้นมาอย่างดี มีความแข็งแกร่ง กล้าหาญ และงดงาม พรั่งพร้อมไปด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ หลังจากนี้การเดินทางออกผจญภัยและความสนุกสุดหรรษาก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

สรุปความน่าสนใจและคะแนนความชอบมังงะ

• มีความแฟนตาซี่ที่น่าตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจ ชวนให้อยากติดตามอ่านไปเรื่อยๆ

• ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านตัวละครได้เป็นอย่างดี

• รูปภาพและลายเส้นสวยงามน่าอ่าน ไม่ยุ่งเหยิงจนอ่านแล้วปวดหัวเกินไป

• มีตัวละครที่น่าสนใจเยอะ ทำให้ไม่น่าเบื่อเกินไป

• เป็นการ์ตูน มังงะ ต่างโลก ยอดนิยมที่สามารถหาซื้ออ่านได้ง่าย

• เนื้อเรื่องไม่จำเจ ชวนให้ผู้อ่านได้คาดเดาและคิดตาม

• เนื้อหาสอดแทรกด้วยข้อคิด และคติสอนใจให้แก่ผู้อ่าน

สรุปคะแนนความสนุกและความชื่นชอบให้ 9/10

รูปภาพประกอบ : medium.com

รูปภาพประกอบ : myanimelist.net

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ A Murder at the End of the World

รีวิวซีรีส์ A Murder at the End of the World ซีรีส์สืบสวนในที่ปิดตาย ที่มีเนื้อหาเข้มข้น ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านนิยายอกาธา คริสตี้ ที่ชวนให้เราอยากร่วมตามหาว่าคนร้าย และยังเล่นประเด็น AI ได้เข้ากับยุคสมัยสุดๆ

รีวิวซีรีส์ A Murder at the End of the World ผลงาน Limited Series แนวสืบสวนสอบสวน สร้างสรรค์โดย บริต มาร์ลิง และ ซัล แบรตมันกลิจ สองผู้สร้างซีรีส์ The OA ที่ครั้งนี้พวกเขาและเธอได้ทำการหยิบประเด็นของ AI มาผสมผสานกับเรื่องราวสืบสวนสอบสวนในสถานที่ปิดตาย โดยได้นักแสดงมาฝีมือมาร่วมแสดงนำ ไม่ว่าจะเป็น เอมม่า คอร์ริน (ซีรีส์ The Crown), ไคลฟ์ โอเว่น (ซีรีส์ The Knick), แฮร์ริส ดิคคินสัน (Trianger of Sadness) และ ลูอิส คัลเคมิ (Killers of the Flower Moon)

รีวิวซีรีส์ A Murder at the End of the World แนวสืบสวนสอบสวน

เรื่องราวของ A Murder at the End of the World จะว่าด้วย ดาร์บี้ (เอมม่า คอร์ริน) หญิงสาวผู้หลงไหลในการสืบสวน คดีฆาตกรรมมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งความหลงไหลนี้มันก็ได้ทำให้เธอได้พบกับ บิล (แฮร์ริส ดิคคินสัน) ศิลปินหนุ่มผู้หลงไหลเรื่องสืบสวนเหมือนเธอ แต่หลังจากคบกันได้ไม่นานทั้งสองก็เลิกรากัน และไม่ได้พบกันอีก จนกระทั่ง ดาร์บี้ ได้ถูกเชิญจาก แอนดี้ (ไคลฟ์ โอเว่น) มหาเศรษฐีที่ได้เปิดโรงแรม กึ่งหลุมหลบภัยในดินแดนคั่วโลกเหนือ ที่นั่นดาร์บี้ ได้เจอบิลอีกครั้ง และมันก็ได้นำมาสู่คดีฆาตกรรมปริศนาที่มีเพียงดาร์บี้เท่านั้นที่จะไขปริศนานี้ได้

รีวิวซีรีส์ A Murder at the End of the World แนวสืบสวนสอบสวน

ตัวซีรีส์มาพร้อมพลอตและการเดินเรื่องแบบที่เรียกว่า Whodunit หรือหนังแนวหาฆาตกรจากกลุ่มผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นแนวยอดนิยมของนิยาย อกาธา คริสตี้ หรือที่คนดูได้เห็นบ่อย ๆ ในชุดนักสืบปัวโรต์ ในเรื่องนี้ซีรีส์ได้หยิบความเป็นฆาตกรรมในสถานที่ปิดตาย มาผสมผสานกับความทันสมัย เทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทในการเดินเรื่องได้อย่างลงตัว ทำให้นอกจากความลึกลับแล้ว ยังมีความเป็นไซไฟอยู่ด้วย

ด้านการสืบสวนใน A Murder at the End of the World เรียกได้ว่าเข้มข้นดุเดือดมาก แม้ว่าซีรีส์จะมีความยาวถึง 7  ตอนและมีความ Slow Burn อยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อ เพราะเกือบตลอดเนื้อหาของซีรีส์จะเน้นไปที่ตัวละครดาร์บี้ ที่ทำการสืบสวนเหตุการณ์ต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมทั้งมีการใส่เหตุการณ์ที่ชวนอึดอัด ไม่น่าไว้วางใจ ตลอดทั้งเรื่อง ทำให้คนดูอยากร่วมเอาใจช่วยตัวละครและคาดเดาคนร้ายร่วมไปกับดาร์บี้ จนจบเรื่อง

รีวิวซีรีส์A Murder at the End of the World แนวสืบสวนสอบสวน

นอกจากพาร์ทสืบสวนที่ทำได้ดุเดือดชวนติดตามแล้ว พาร์ทดราม่าของซีรีส์ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการพูดถึงความสัมพันธ์ของ ดาร์บี้ และบิล ที่ซีรีส์เลือกเล่าสลับไปมาระหว่างพาร์ทอดีตและปัจจุบัน ที่ทำให้คนดูอินไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีดราม่าของตัวละครสมทบอื่นๆ ที่เพิ่มสีสันให้ซีรีส์ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น

รีวิวซีรีส์AMurderat the End of the World แนวสืบสวนสอบสวน

ด้านการแสดงต้องขอชื่นชม เอมม่า คอร์ริน ที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่แบกซีรีส์เรื่องนี้ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอสามารถสร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูได้ตั้งแต่ตอนแรก ไปจนถึงตอนสุดท้าย ในขณะที่ ไคลฟ์ โอเว่นเอง ก็เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ชวนไม่น่าไว้วางใจ มีความจิตๆ ตลอดทั้งเรื่อง

โดยรวม A Murder at the End of the World ถือว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์สืบสวนน้ำดีประจำปี 2023 นี้ก็ว่าได้ ซีรีส์มีองค์ประกอบของความเป็นหนังสืบสวนที่เข้มข้นครบทุกอย่าง เป็น 7 ตอนที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น ชวนคาดเดา และความหักมุมในตอนท้าแบบที่คาดเดาไม่ได้

สามารถรับชม A Murder at the End of the World ได้แล้ววันนี้ที่ Disney+ Hotstar

Cr.ภาพ: Disney+
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/AnPl4PuNb5U

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Vikings season 1

รีวิวซีรีส์ Vikings season 1 อีกหนึ่งซีรีส์พีเรียตน้ำดี ที่หยิบประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้งมาถ่ายทอดได้อย่างละเอียด ครบรส มีฉากแอ็คชันที่ดุเดือด และโหด ดิบ พาร์ทการเมืองก็ทำได้เข้มข้น ชวนติดตามไปจนจบซีซั่น

รีวิวซีรีส์ Vikings อีกหนึ่งซีรีส์พีเรียตฟอร์มยักษ์จากช่อง History ผลงานการสร้างสรรค์โดย ไมเคิล ฮิชต์ (ซีรีส์ Tudors) ที่ดัดแปลงมาจากประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้ง เมื่อช่วง ค.ศ.700 พร้อมได้ทีมนักแสดงมากฝีมือมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็น ทราวิส ฟิมเมล (Warcraft), กุสตาฟ สการ์การ์ด (ซีรีส์ Westworld), แคทรีน วินนิค (The Maskman)

รีวิวซีรีส์ Vikings season 1 ซีรีส์พีเรียตฟอร์มยักษ์น้ำดี คุณภาพ ครบรส

เรื่องราวของ Vikings ซีซั่นแรกจะว่าด้วย แร็กนา (ทราวิส ฟิมเมล) หัวหน้าชาวเผ่าไวกิ้งที่นับถือต่อเทพเจ้าโอดิน ธอร์ และโลกิ ผู้มีความใฝ่ฝันอยากเป็นใหญ่ และออกเดินทางไปสำรวจดินแดนตะวันตก เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาให้แก่ชาวเผ่า แต่ทว่าเขาต้องเผชิญกับความริษยาจากราชาประจำเผ่าที่พยายามกลั่นแกล้ง และใช้เกมการเมืองในการเล่นงานเขา จนนำมาสู่สงครามและความขัดแย้งทั้งภายในเผ่าและระหว่างเผ่าเพื่อชิงดินแดน ความเป็นใหญ่ตามมา

รีวิวซีรีส์ Vikings season 1 ซีรีส์พีเรียตฟอร์มยักษ์น้ำดี คุณภาพ ครบรส

Vikings เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่มีคุณสมบัติของความเป็นงานพีเรียตขั้นดีครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่อิงประวัติศาสตร์เสมือนพาคนดูย้อนกลับไปยังยุคสมัยดังกล่าว รวมถึงบทของซีรีส์ที่สะท้อนความคิดความเชื่อ ความรู้ของผู้คนในยุคนั้นได้อย่างดีเยี่ยม

ความสนุกของซีรีส์ Vikings คือการถ่ายทอดความทะเยอทะยานของตัวละครแร็กนา และชาวไวกิ้ง ได้อย่างขวนติดตาม ซีรีส์มีการผสมผสานของความเป็นหนังผจญภัย ออกสำรวจสถานที่ ดินแดนต่างๆ และยังมีพาร์ทสงครามที่ตื่นเต้น มีการวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด นอกจากนี้ยังมีพาร์ทการเมืองที่ทำได้น่าติดตาม ทำให้ตลอด 9 ตอนแรกของซีซั่น 1 เต็มไปด้วยความบันเทิงที่ชวนให้คนดูอยากกดติดตามดูตอนต่อๆ ไป

รีวิวซีรีส์Vikings season 1 ซีรีส์พีเรียตฟอร์มยักษ์น้ำดี คุณภาพ ครบรส

งานโปรดักชันของซีรีส์ทำออกมาได้ดี มีการออกแบบการสร้างโลกในยุคนั้นได้อย่างสมจริง สามารถสะท้อนภาพวัฒนธรรม ความเชื่อ นอกจากนี้งานฉากแอ็คชันของซีรีส์ก็เล่นใหญ่ใส่เต็ม ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อนความโหดร้าย ป่าเถื่อนของชาวไวกิ้ง และยังมีวิธีการเข่นฆ่าที่โหดร้าย เลือดเย็น ใครที่ชอบซีรีส์พีเรียตที่ดิบ โหด แบบ Games of Thrones น่าจะชื่นชอบซีรีส์เรื่องนี้ไม่น้อย

รีวิวซีรีส์Vikings season 1ซีรีส์พีเรียตฟอร์มยักษ์น้ำดี คุณภาพ ครบรส

ด้านการแสดงต้องขอชื่นชมทีมนักแสดงทุกคนที่ถ่ายทอดบทบาทของตนได้อย่างน่าจดจำ โดยเฉพาะ ทราวิส ฟิมเมล ในบท แร็กนาร์ ที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ทะเยอทะยาน กล้าหาญ จนสามารถสร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูให้อยากเอาใจช่วยตัวละครนี้ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย

โดยรวม Vikings season 1 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการเปิดตัวซีรีส์พีเรียตคุณภาพที่ทำออกมาได้เข้มข้น น่าจดจำในตลอดทั้ง 9 ตอน ซีรีส์หยิบแง่มุมประวัติศาสตร์มาถ่ายทอดได้อย่างละเอียด ครบรส พร้อมทั้งมีการเดินเรื่องที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนชวนให้อยากติดตามซีซั่นต่อๆ ไปในแทบจะทันที

สามารถรับชมซีรีส์ Vikings season 1 ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: Netflix
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/9GgxinPwAGc

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Yu Yu Hakusho

Yu Yu Hakusho อีกหนึ่งซีรีส์ดัดแปลงจากอนิเมะได้สนุกเรื่องหนึ่งจาก Netflix การเล่าเรื่องทำได้กระชับ เป็น 5 ตอนที่สนุกเข้มข้น งานโปรดักชันเล่นใหญ่ อลังการมาก ฉากบู๊ทำได้ตื่นตาตื่นใจสุดๆ

หลังจากที่เมื่อกลางปีที่ผ่านมา Netflix ได้ปล่อยซีรีส์ Live Action เรื่อง One Piece ออกมาพร้อมสร้างปรากฎการณ์หนึ่งในงานดัดแปลงจากมังงะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของปี 2023 ในปลายปีนี้ Netflix ก็ยังมีอีกหนึ่งซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ดัดแปลงจากมังงะในตำนานอย่าง Yu Yu Hakusho หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ “คนเก่งฟ้าประทาน”

Yu Yu Hakusho ซีรีส์ดัดแปลงจากอนิเมะ “คนเก่งฟ้าประทาน”

เรื่องราวของ Yu Yu Hakushoจะว่าด้วย ยูสึเกะ (ทาคุมิ คิตามุระ) เด็กหนุ่มที่ได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เพราะได้ไปช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่งให้รอดจากการถูกรถชน แต่หลังจากที่ยูสึเกะ ได้กลายเป็นวิญญาณไม่นานเขาก็ได้รับโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้งจากข้อเสนอของ โคเอ็นมะ (เคตะ มาจิตะ) ผู้ปกครองโลกยมทูต โดยยูสึเกะ จะต้องทำหน้าที่เป็นนักสืบวิญญาณ ที่ทำหน้าที่ไล่ล่าปีศาจที่อยู่บนโลกมนุษย์

Yu Yu Hakusho ซีรีส์ดัดแปลงจากอนิเมะ “คนเก่งฟ้าประทาน”

ตัวซีรีส์มาพร้อมความยาวเพียง 5 ตอนเท่านั้น โดยหยิบเรื่องราวบางพาร์ทของมังงะมาถ่ายทอด โดยซีรีส์ยังได้หยิบเหล่าตัวละครหลักของเรื่องมาใส่ไว้ในเรื่องนี้อย่างครบภ้วน และยังมีฉากที่เป็นจุดขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากปล่อยพลังต่างๆ ของตัวละคร ที่เหมือนพาคนดูย้อนกลับไปในวัยเด็กอีกครั้ง

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้คือฉากแอ็คชัน ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ฟอร์มยักษ์จากญี่ปุ่น เพราะซีรีส์มาพร้อมงานโปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ อลังการมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ CGI ในการสร้างสรรค์ตัวละครปีศาจให้ออกมาดูสมจริง รวมถึงการถ่ายทอดฉากแอ็คชันที่ทำออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจ ยิ่งในพาร์ทแอ็คชันในสองตอนท้ายของเรื่องที่ทำได้ตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้

Yu Yu Hakushoซีรีส์ดัดแปลงจากอนิเมะ “คนเก่งฟ้าประทาน”

ด้านการเล่าเรื่องของซีรีส์ก็ทำออกมาได้กระชับกำลังดี ซีรีส์พยายามเน้นไปที่เรื่องราวของการทำภารกิจต่างๆ และการฝึกวิชาของยูสึเกะ ภาพรวมของการเดินเรื่องจึงเน้นไปที่แอ็คชัน ระทึกขวัญ และพาคนดูไปรู้จักกับเหล่าตัวละครแต่ละตัว โดยลดเนื้อหาที่เป็นพาร์ทดราม่าบางส่วนออกทำให้ซีรีส์ออกมาดูไม่เวิ่นเว้อ ยืดยาวจนเกินจำเป็น

YuYu Hakushoซีรีส์ดัดแปลงจากอนิเมะ “คนเก่งฟ้าประทาน”

แต่ความกระชับเนื้อหาเกินไปของซีรีส์ก็ส่งผลให้เป็นข้อเสียมี่ชัดเจนของซีรีส์เช่นกัน เพราะพอพาร์ทดราม่าของเรื่องทำได้ไม่ถึงเท่าที่ควร ก็ทำให้มิติตัวละครในเรื่องดูเหือดแห้ง เบาบางลงตามไปด้วย แต่ละตัวละครแทบไม่มีเสน่ห์ให้น่าจดจำ นอกจากตัวยูสึเกะ ที่ซีรีส์ให้พื้นที่เยอะกว่าตัวอื่นๆ ส่งผลให้ในฉากรวมทีมสู้ช่วงท้ายเคมีของตัวละครดูไม่มีความเป็นธรรมชาติไปอย่างน่าเสียดาย

โดยรวม Yu Yu Hakushoคืออีกหนึ่งซีรีส์ Live Action ที่ทำออกมาได้สนุกกำลังดี ซีรีส์เล่าเรื่องได้กระชับ เข้มข้น มีฉากต่อสู้และงานโปรดักชันที่ทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าด้านบทจะทำได้ค่อนข้างดรอปไปพอสมควร แต่ก็น่าจะเป็นอีกเรื่องที่แฟนมังงะหรืออนิเมะเรื่องนี้จะชื่นชอบไม่มากก็น้อย

สามารถรับชมซีรีส์ Yu Yu Hakushoได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: Netflix
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/lSShaOmUflQ

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง