Categories
series

รีวิวหนัง SLR กล้อง ติด ตาย

อีกหนึ่งหนังสยองขวัญไทยที่เข้าฉายเมื่อช่วงต้นปี 2022 ที่ผ่านมา โดยเป็นการหยิบเรื่องราวความสยองที่เกิดจากกล้องถ่ายรูปกลับมาเล่าอีกครั้ง โดยหนังจะว่าด้วย แดน (นนน กรภัทร) เด็กหนุ่มที่กำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัย และมีความฝันอยากเป็นช่างภาพชื่อดัง แต่ทว่าเขายังติดการทำธีสิสส่งอาจารย์

ทำให้แดน ไม่สามารถไปเรียนต่อที่อเมริกากับ น้ำ (เฌอปราง BNK48) และเกรท (นนท์-ศดานนท์) ได้ จนกระทั่งเขาก็ได้รับโอกาสที่จะสามารถทำธีสิส จบได้ดังหวัง เมื่ออาจารย์เอม (อ้น-นพพันธ์) ได้มอบกล้อง SLR ตัวหนึ่งให้กับเขา เพื่อนำไปถ่ายรูปผู้คน จนได้เป็นผลงานที่น่าพอใจ แต่ทว่าเบื้องหลังของกล้อง SLR ตัวนี้มีความลับอันน่าสะพรึงซ่อนอยู่

ตัวหนังพาพร้อมพลอต และการเล่าเรื่องที่ชวนนึกถึงหนังเรื่อง Polaroid เมื่อปี 2019 หนังอาจไม่ได้เน้นขายที่ความน่ากลัวของผี หรือวิญญาณในเรื่องมากนัก แต่จะหนักไปทางอาถรรพ์ คำสาป ที่เป็นลูกเล่นให้ตัวละครต้องหาทางแก้ไข และเอาชีวิตรอด ความพิเศษของหนังเรื่องนี้ คือการนำความเป็นหนังผีแบบไทย ๆ และปีศาจจากศาสนาคริสต์ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จนสามารถสร้างรสชาติใหม่ ๆ ให้กับหนังแนวนี้ได้ไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ที่ให้อารมณ์ความหลอน ความระทึก ที่สนุกไปอีกแบบ ทั้งนี้ด้วยการเป็นหนังที่ได้มือสร้างหนังสยองขวัญรุ่นใหญ่อย่าง ก้องเกียรติ โขมศิริ (ลองของ) มารับหน้าที่อำนวยการสร้าง ที่ทำให้หนังคงไว้ซึ่งความน่ากลัวแบบหนังผียุค 90 เอาไว้

ด้านพาร์ทดราม่าเอง หนังก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี มีการสร้างมิติของแต่ละตัวละครได้อย่างมีน้ำหนัก โดยเฉพาะตัวละครแดน ที่ผู้ชมจะได้เห็นปม และอุปสรรคในชีวิต ที่บีบบังคับตัวเขาจนกลายเป็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในเรื่อง ทั้งปัญหาด้านความฝัน แรงกดดันจากครอบครัว และเพื่อน ๆ รวมทั้งพาร์ทความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนทั้ง 3 ที่ออกมาในเชิง รักสามเศร้าจนเป็นอีกหนึ่งสีสันสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ชวนติดตามไม่แพ้กัน

แต่กระนั้นส่วนที่น่าเสียดายมาก ๆ ของ SLR คือการที่หนังไม่สามารถหยิบนำประโยชน์ของความน่ากลัวของตัวเองมาใช้ได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร หนังค่อนข้างเน้นไปที่พาร์ทดราม่า เป็นส่วนใหญ่ จนบดบังความสยองขวัญที่ควรเกิดขึ้นในเรื่อง ทั้งนี้ในด้านของบทเอง ก็มีช่องโหว่เหมือนหนังไทยหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของการกระทำตัวละครในบางช่วงที่ดูขาดน้ำหนัก และจังหวะการเล่าเรื่องบางช่วงที่ดูรวดเร็วจนเกินไปจนไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้ความสยดสยอง น่ากลัวที่ควรจะมีของหนังหายไปโดยสิ้นเขิง

โดยรวม SLR กล้อง ติด ตาย เป็นอีกหนังสยองขวัญไทย ที่มาพร้อมความสยองขวัญที่ไม่ค่อยเห็นในไทย หนังผสมผสานความเชื่อเรื่องคำสาป วิญญาณ และปีศาจของศาสนาคริสต์ จนกลายเป็นความน่ากลัวแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร แต่กระนั้นหนังกลับตกม้าตายในการเล่าเรื่อง ทั้งพาร์ท ดราม่าที่เยอะเกินไป และความน่ากลัวที่ถูกนำมาใช้งานได้ไม่สุดเท่าที่ควร ทำให้ท้ายที่สุดหนังเรื่องนี้ก็เป็นงานที่พอดูได้เพลิน ๆ ที่ไม่ได้มีอะไรให้น่าจดจำมากนัก

สามารถรับชม SLR กล้อง ติด ตาย ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: Netflix

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
anime

Review The Way of the Househusband

ชื่อเรื่อง : The Way of the Househusband

หาก คุณ เป็นหนึ่งคนที่ชื่นชอบการชม อนิเมะ สายฮา ต้องมาลองติดกับอนิเมะ เรื่อง The Way of the Househusband ที่จะพาทุกคนไปพบกับความสนุกสนาน บันเทิง บอกเลยว่าครบรสของความสนุก จบ ได้ในเรื่องเดียว เวลาการฉายแต่ละตอนอยู่ที่ ตอนละ 18 นาที มีทั้งหมด 29 ตอนจบ รวม ๆ แล้ว เป็นเวลาที่พอดี ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

เนื้อเรื่องย่อ The Way of the Househusband

ในเรื่องเป็นการเล่าถึงเรื่องราวของ ยากูซะ สุดโหดคนหนึ่ง นามว่า ทัตสึคนอมตะ ในอดีตเขาเป็นชายหนุ่มที่น่าเกรงขามมาก ไปที่ไหนมีแต่ผู้คนเกรงกลัว ทว่าปัจจุบันตั้งแต่เขาได้พบรักกับสาวสุดน่ารัก ทำให้เขากลายมาเป็น พ่อบ้าน ที่บอกเลยว่าทั้งตลก และสนุก ไปพร้อม ๆ กัน เพราะเรื่องหลังจากนี้ จาก ยากูซะ สุดโหด กลายมาเป็นพ่อบ้านสายอ่อนโยน มันฮาขนาดไหน ต้องมาติดตามกันได้เลย

เนื้อเรื่องที่ประทับใจ แบบห้ามพลาดของ The Way of the Househusband

ความประทับใจในเรื่องบอกเลยว่าเป็นการนำเสนอมุมมองของผู้ชายที่ดิบเถื่อน จากคนที่ไม่เคยอ่อนโยน มาพบความรัก ตัวละคร ทัตสึคนอมตะ  สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของพ่อบ้านที่ต้องเอาใจคุณภรรยาสุดที่รัก ทั้งทำอาหาร ทำงานบ้าน เรียกได้ว่า พ่อบ้านตัวอย่างกันเลยทีเดียว ซึ่งหลาย ๆ ฉาก สามารถนำมาสอนการใช้ชีวิตประจำวันได้เลย และสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบอนิเมะไม่เครียด สบาย ๆ ชมได้แบบความสนุกทุกตอน บอกเลยเรื่องนี้ คือ ตอบโจทย์ 100% ปัจจุบันก็ลงครบทุกตอน สามารถชมกันได้ยาว ๆ 1 ชั่วโมงกว่าก็จบแล้ว

Production ของเรื่อง The Way of the Househusband

จากการรับชมส่วนตัวให้เลย 9.5 / 10 คะแนน ด้วยความที่เริ่มต้นของการดำเนินเรื่องราว เป็นอนิเมะที่ใช้รูปแบบการนำเสนอง่าย ๆ สั้น ๆ มีการทำมุก ตลกขับขัน โดยที่เนื้อหามีความต่อเนื่อง ไม่ใช่แบบวกไปวนมาแต่อย่างใด ให้ความรู้สึกที่ชมแล้วไม่ได้เครียด ออกแนวผ่อนคลาย เบาสมอง ชมได้

เพลิน ๆ ในส่วนของ ภาพ สี แสง ต่าง ๆ ทุกอย่างลงตัวของความสมบูรณ์ และบางคนกลัวจะฟังไม่ออก หรือ อ่านซับไทยไม่ทัน บอกเลยว่ามีเสียงพากย์ไทย ที่รับฟังแล้วรู้สึกว่าลงตัว ไม่ได้เสียงดูหลอกจนเกินไป สมตัวละครทุกตัว และฟังลื่นหู ไม่มีสะดุด แต่แอบหักคะแนน 0.5 เพราะว่าบางมุกก็จำเจเกินไป และเป็นการนำเสนอแบบภาพนิ่ง ๆ ต่อเนื่องกันไปนั้นเอง แต่โดยรวมถือว่าอนิเมะน้ำดีเรื่องหนึ่งเลย ในการรับชม สามารถชมได้ทาง Netflix ได้แล้ววันนี้ ความสนุก รอ คุณ อยู่แน่นอน

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

Fight Song (2022) ซีรีส์วัยรุ่นอบอุ่นใจตามฉบับคาวาอิ

                มาถึงซีรีส์อบอุ่นฝั่งญี่ปุ่นที่ชวนจิกหมอน จะต้องมี Fight Song ที่เริ่มฉายวันที่ 15 มกราคมในปีนี้ ซึ่งเนื้อเรื่องยังคงเนื้อหาเกี่ยวกับความรักวัยรุ่น และเนื้อหาที่สื่อด้านกีฬา เพราะในเรื่องนางเอกเป็นนักกีฬาคาราเต้ ที่สื่อให้เห็นการพลิกผันชีวิตอย่างมากมาย และมีคนที่เข้ามาในชีวิตเธอทั้งสองคน ซึ่งเธอจะต้องหาคำตอบด้วยหัวใจของเธอเองว่าใจเธอจะเลือกใคร และเพลงรักจะเป็นกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไปหรือไม่ จึงเป็นอีกซีรีส์ที่อยากให้ทุกคนติดตามอย่างมากเลยทีเดียว โดยจะขออธิบายในบทความได้ดังนี้

                เนื้อเรื่องของ Fight Song จะถ่ายทอดเรื่องราวของนางเอกที่มีชื่อว่า “คิซาระ ฮานาเอะ” เด็กผู้หญิงที่เกษียณตัวเองจากการเป็นนักกีฬาคาราเต้เนื่องจากอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากการเล่น และอยู่ในจุดต่ำสุดในชีวิตของเธอ เธอได้พบกับ “อาชิดะ ฮารุกิ” ผู้มีความสามารถในการเป็นนักร้อง เป็นนักแต่งเพลงที่เธอเคยฟังก่อนการแข่งขันทุกนัดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นนักดนตรีที่ล้มเหลวในชีวิตการเป็นนักร้อง

เป็นนักร้องที่ตีกลองได้ครั้งเดียว และเป็นคนประหลาดที่มีปัญหามากมาย! นอกจากนี้ยังได้เจอเพื่อนสมัยเด็กของฮานาเอะ “นัตสึคาวะ ชินโงะ” ที่คอยดูแลเธออยู่เสมอเข้ามาพัวพันกับรักสามเส้า ฮานาเอะมี “ความลับ” ที่เธอไม่สามารถบอกใครได้ และตัดสินใจว่าใครที่เธอจะตัดสินใจได้ว่า “นี่คือรักสุดท้ายในชีวิตของเธอ” จะว่าไปก็มีโหมดอมยิ้ม โหมดเรียกน้ำตา และโหมดอบอุ่นที่ครบรสอย่างมาก จริงๆ ไม่สามารถสปอยได้นักเพราะรอวันออกอากาศ เอาง่ายๆ หลังวันหวยออกไม่กี่วันก็ได้ดูแล้ว แต่ที่แน่ๆ

พระเอกที่รับบทเป็นนักดนตรีหล่อเอาเรื่องอย่างมาก นางเอกน่ารัก มีความมานะซึ่งฉีกความเป็นนางเอกญี่ปุ่นแบบพิมพ์นิยมที่ต้องออกหวานละมุน สดใส แต่ในเรื่องนางเอกมีความเป็นสายหวานและสปอร์ตในคนเดียวกัน ส่วนเพื่อนผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตนางเอก ก็มีความแบดนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นกร่างกับชาวบ้าน เพียงแต่มาดกวนๆ แต่ปั่นป่วนหัวใจ

                เรียกได้ว่าแม้จะเกี่ยวกับรักสามเส้า แต่ก็ไม่ออกไปทางน้ำเน่าจนเกินไป หากใครได้ดูอยากให้ไปดูอย่างมาก เพราะ Fight Song ยังรอออกอากาศ และไม่นานเกินรออย่างแน่นอนหากใครเป็นคอซีรีส์ญี่ปุ่น มาเอาใจช่วยนางเอกของเรื่องไปพร้อมๆ กันว่าเพลงรักเพื่อเยียวยาให้สู้ต่ออีกครั้งจะดำเนินยังไงต่อไป หรือเรื่องหัวใจของเธอว่าจะเลือกเพื่อนสนิทตอนเด็กของเธอ หรือนักดนตรีที่เธอได้ตามผลงานแล้วมีความสุข เธอจะลงเอยกับใคร ไปลุ้นพร้อมกันใน Fight Song

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

“Love All Play (2022)”

เรื่องราวระหว่างลูกขนไก่กับชีวิตนักกีฬา

                ซีรีส์เกี่ยวกับกีฬาที่น่าสนใจ และกำลังจะเปิดตัวในปี 2022 มีชื่อว่า “Love All Play” เป็นซีรีส์ที่ได้แรงบันดาลใจจากการนำความชอบและกีฬา โดยใช้ “แบดมินตัน” เป็นตัวเชื่อมความรัก ความหลงใหล และนำไปสู่การแข่งขันในฐานะการแข่งขันประเภทคู่ผสม

รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงการกีฬา ความเปลี่ยนแปลง และการมองกีฬาที่เป็นทั้งความฝัน ทั้งธุรกิจอยู่ในตัวของเกาหลีใต้ได้อย่างลงตัว โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 27 เมษายน  ผ่านช่อง KBS ของเกาหลีใต้ และยังเล่าเรื่องในช่วงที่เกษียณตัวเองจากการเป็นนักกีฬาด้วย

พล็อตเรื่องนับว่าน่าสนใจ แต่ก็มีการออกอากาศด้วยบรรยายภาษาไทยผ่าน Disney Plus Hotstar สามารถดูเรื่องนี้ได้ถูกลิขสิทธิ์ เนื่อเรื่องที่น่าสนใจกำลังเล่าเรื่องราวของความโรแมนติก ผ่านการเล่นกีฬาที่แสดงถึงความหลงใหล และความรักในกีฬาแบดมินตันของตัวเอกชายและหญิง ซึ่งเป็นกลุ่มผสมที่มีผู้เล่นจากทีมธุรกิจแบดมินตัน โดยพระเอกของเรื่อง “ปาร์คแทจุน”

ผู้ซึ่งหลุดพ้นจากโลกของแบดมินตัน จากการเกษียณตัวเองออกจากการเป็นนักกีฬาอย่างเป็นทางการ เพราะธุรกิจอุปกรณ์แบดมินตันของพ่อแม่ แม้ว่าเขาจะเริ่มมองว่ากีฬาชนิดนี้เป็นผลงาน แต่ความหลงใหลในกีฬาแบดมินตันของเขากลับจุดประกายขึ้นอีกครั้งเนื่องจากความปรารถนาที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้หญิงคนหนึ่ง

“ปาร์คแทยัง” เป็นอดีตนักกีฬาที่มีฝีมือระดับโอลิมปิก ซึ่งเธอมีทักษะที่สูงมากพอสมควร แต่มีเหตุต้องออกจากวงการแบดมินตันด้วยเหตุผลที่รุนแรง เนื่องจากเรื่องอื้อฉาวการติดสินบน จนถูกตัดสิทธิ์การแข่งขันเป็นเวลา 3 ปี ทำให้เธอกลับมาร่วมทีมของพระเอกอีกครั้งในรอบ 3 ปี เพื่อทำความฝันและสานโอกาสการเป็นนักกีฬาของตนเองอีกครั้ง

แต่การมาในทีมของพระเอกยังเผยให้เห็นนักกีฬาบางคนเกษียณตัวเองทั้งเกิดจากอุบัติเหตุบ้าง เหตุจำเป็นบางอย่างบ้าง แต่ก็ทำให้ทั้งปาร์คแทยัง ได้เจอกับปาร์คแทจุนเพื่อที่จะแข่งขันในฐานะนักกีฬาประเภทคู่ผสม

ซีรีส์เหล่านี้มีอีกชื่อหนึ่งชื่อว่า “Going to You at a Speed of 493 km” สนุกมากและมีความท้าทายต่อการแสดงมากพอสมควร แต่ถ่ายทอดออกมาได้มีความเป็นมืออาชีพเหมือนนักกีฬาจริงๆ

                หากใครชอบความโรแมนติกแต่มีความสมจริง เรื่อง “Love All Play” หรือ “Going to You at a Speed of 493 km” นักแสดงทำการบ้านดีมาก รวมถึงทีมงานจัดว่าจัดหนักกับความหวาน ความโรแมนติกมากเลยทีเดียว โดยผู้กำกับโดย “จูอุง” ซึ่งเป็นผู้กำกับเคยมีผลงานก่อนหน้าจากการกำกับซีรีส์เรื่อง Justice โดยถ่ายทอดออกมา ไม่สมจริงไม่ใช่จูอุงจริงๆ หากใครสนใจอย่าลืมกลับไปดูเรื่องนี้กันนะคะ

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Pachinko

รีวิวซีรีส์ Pachinko: ซีรีส์เกาหลีสะท้อนประวัติศาสตร์ที่มาพร้อมโปรดักชั่นระดับฮอลีวูด สามารถสะท้อนความลำบากของคนเกาหลีในช่วงภายใต้ญี่ปุ่นออกมาได้อย่างถึงอารมณ์ เป็น 8 Ep. ที่มีความสนุกครบทุกรสชาติ

ผลงานซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดจาก Apple TV+ ที่ครั้งนี้เป็นการร่วมทุนสร้างของ เกาหลี, ญี่ปุ่น และอเมริกา ตัวซีรีส์เป็นงานดัดแปลงมาจากนิยายของ อีมินจิน โดยได้ ซู ฮิวจ์(ซีรีส์ The Killing) มารับหน้าที่สร้างสรรค์ และได้ จัสติน ชอน (Blue Bayou) และ โคโกนาดะ (After Yang) มารับหน้าที่กำกับ

Pachinko จะเล่าเรื่องราวสองช่วงเวลา ของคนสองรุ่น โดยเส้นเรื่องแรกจะพูดถึงเหตุการณ์ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่เป็นช่วงที่เกาหลีตกอยู่ในอำนาจของญี่ปุ่น ทำให้คนเกาหลีต้องเผชิญกับความลำบาก และโดนดูถูกศักดิ์ศรี ซุนจา (คิมมินฮา) สาวน้อยครอบครัวชาวประมงที่ได้ไปแอบมีสัมพันธ์กับ ฮันซู (ลีมินโฮ) มหาเศรษฐีชาวเกาหลี ที่ไปประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น จนกระทั่งเธอตั้งท้อง และทำให้เธอต้องมาหาชีวิตที่มั่นคงในญี่ปุ่น

เส้นเรื่องที่สองจะพูดถึงช่วงปี 1989 ว่าด้วย โซโลมอน (จินฮา) หลานชายของ ซุนจาในวัยชรา (ยอนยูจุน) ที่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และอาศัยในญี่ปุ่น แต่ทว่าหนึ่งในโปรเจกต์สำคัญของเขาคือการติดต่อซื้อที่จากบ้านคนเกาหลีให้นายทุน โซโลมิน เลยต้องเลือกที่จะเคารพคนสัญชาติเดียวกัน หรือทำตามคำสั่งนายทุนที่เป็นคนอเมริกา

แม้ว่าด้านพลอตของซีรีส์จะมีความคล้ายกับละครไปบ้าง ที่มักจะพูดเรื่องประเด็นชายเป็นใหญ่ ชนชั้นทางสังคม และมีพื้นหลังคือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แต่กระนั้น Pachinko กลับสามารถนำเสนอพลอตเรื่องแนวเดิม ๆ นี้ให้ออกมาแตกต่าง และยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา ด้วยความที่ซีรีส์เลือกจะเล่าแบบซีรีส์ฮอลีวูด ทั้งการออกแบบการสร้าง การตัดต่อ และบท

ตัวซีรีส์เลือกใช้วิธีตัดเหตุการณ์อดีต และปัจจุบันไปมาสลับกัน โดยทุกฉากที่สลับล้วนแต่มีความเกี่ยวเนื่องกันในด้านนัยยะ ส่วนด้านเนื้อหาด้วยความที่เป็นงานสร้างโดยฮอลีวูด นี่จึงไม่ใช่ซีรีส์โรแมนติกจ๋า เหมือนอย่างที่แฟนซีรีส์เกาหลีหวัง แต่ซีรีส์จะมาในโทนดราม่าหนัก ๆ มีการพูดถึงการดิ้นรนต่อสู้ของคนเกาหลีชั้นล่าง ที่ต้องถูกกดทับโดยอำนาจของญี่ปุ่น และพูดถึงประเด็นของครอบครัว

ในแง่ของด้านประวัติศาสตร์ ผู้สร้างสามารถสะท้อนความเจ็บปวด ของชาวเกาหลีในช่วงดังกล่าวออกมาได้อย่างสมจริง แม้ว่าซีรีส์จะไม่ได้เน้นถ่ายทอดความโหดร้ายทารุณ แต่ซีรีส์ได้สะท้อนภาพการเหยียดเชื้อชาติ การปกครองที่ไม่ยุติธรรม ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการเลือกนำเสนอเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านสายตาของ ซุนจา ที่ได้เป็นเสมือนตัวแทนของคนเกาหลีที่จากบ้านมาเพื่อหาความมั่นคงในชีวิต

การแสดงของทีมนักแสดงนำเรียกได้ว่าโดดเด่นน่าจดจำแทบทุกคน โดยเฉพาะ คิมมินฮา ที่ประเดิมงานแสดงซีรีส์เป็นเรื่องแรก แต่ทว่าบทบาทของเธอกลับสามารถแบกเกินครึ่งของซีรีส์ไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอสามารถแสดงความน่ารักสดใสของสาววัยรุ่น และถ่ายทอดบทดราม่าออกมาได้ทรงพลัง จนทำให้ตลอด 8 Ep. ของซีรีส์คนดูจะอินไปกับตัวละครนี้ไม่มากก็น้อย ในขณะที่นักแสดงคนอื่น ๆ ต่างก็มอบการแสดงที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่แพ้กัน

โดยรวม Pachinko นับว่าเป็นอีกซีรีส์เกาหลีรสชาติแปลกใหม่ ที่ทั้งงานโปรดักชั่น และการเล่าเรื่องทำออกมาได้ยอดเยี่ยม ซีรีส์สามารถสะท้อนประวัติศาสตร์ผ่านมุมมอง และความรู้สึกของตัวละครได้อย่างชวนติดตาม และครบรสที่สุดเรื่องหนึ่ง

สามารถรับชมซีรีส์ Pachinko ได้แล้ววันนี้ที่ Apple TV+

Cr.ภาพ: Rotten Tomatoes, IMDB

ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/O1r5XXJOYNA

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

17 Sai no Teikoku เมื่อปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นโลกทั้งใบ

                จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหุ่นยนต์ AI จะทำให้โลกทั้งใบเปลี่ยนแปลง ซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องนี้จัดว่าถ่ายทอดออกมาได้ตรงยุคตรงสมัยอย่างแท้จริง โดยมีชื่อว่า “17 Sai no Teikoku” หรือมีชื่ออังกฤษ “17-Year-Old Empire” เป็นซีรีส์แกะกล่องใหม่รับปี 2022 แต่ในตอนแรกพร้อมฉายในวันที่ 7 พฤษภาคม ทางช่อง NHK แน่นอนว่าตอบโจทย์คนชอบซีรีส์ญี่ปุ่นอย่างมาก ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว และจะออกเป็นยูโทเปียมากกว่า ทำให้ยังพอมีจุดที่เบิกบานใจต่อคนดูได้บ้าง โดยเนื้อเรื่องของซีรีส์ 17 Sai no Teikoku มีความน่าสนใจและเนื้อหาของมันจะอธิบายได้ดังนี้

ในปี 202X ที่ประเทศญี่ปุ่นรู้สึกถึงความซบเซาอย่างรุนแรงและถูกตราหน้าโดยสังคมโลกว่าเป็นประเทศที่ตกต่ำ และมีเป้าหมายต้องการหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่สิ้นสุดนี้ นายกรัฐมนตรี Washida ได้จัดตั้งโครงการทดลอง Utopi-AI ที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นแนวคิดของ UA ผู้นำได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศโดย AI และสร้างขึ้นเพื่อปกครองเมืองที่เสื่อมโทรม

ว่ากันว่าสาเหตุที่คนหนุ่มสาวไม่สามารถควบคุมการเมืองได้เป็นเพราะขาดประสบการณ์ AI มีข้อมูลจำนวนมหาศาลที่คนๆ หนึ่งไม่สามารถ “สัมผัส” ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง AI สามารถเสริม “ประสบการณ์” จำนวนเท่าใดก็ได้ เสมือนเป็นการพิสูจน์ว่า AI เลือกมากิ อารัน (รับบทโดย คามิโอะ ฟุจุ) วัย 17 ปีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและต้องการสังคมในอุดมคติเป็นนายกรัฐมนตรี สมาชิกคนอื่นๆ เป็นคนหนุ่มสาวทั้งหมดอายุประมาณ 20 ปี ที่เป็นตัวดำเนินเรื่องมากมาย

เนื้อเรื่องค่อนข้างแหวกแนวฉีกขนบธรรมเนียมญี่ปุ่นชัดเจน เพื่อเป็นการตั้งคำถามว่า ถ้าญี่ปุ่นอยู่ในสภาวะที่มี AI ในโลกนี้ทั้งใบ และเต็มไปด้วยคนที่มีหนุ่มสาวแทบจะทั้งหมด จะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่ามันเสียดสีสังคมและบางอย่างทำให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แน่นอนว่าเป็นเนื้อเรื่องที่อิงการเมืองเข้ามามากมาย ถ้าขาดประสบการณ์และความเข้าใจใน AI มันก็ส่งผลต่อภาพรวมและองค์ความรู้ในอนาคตอีกด้วย

                17 Sai no Teikoku ยังเป็นซีรีส์ที่ฉีกความเป็นไซไฟ และฉีกความเป็นแนวใสๆ ว่าวัยรุ่นจะต้องเป็นอะไรที่ใสตลอดเวลา แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใสๆ อีกเลย ถ้าวัยรุ่นคือตัวขับเคลื่อนประเทศให้หลุดพ้นจากสภาพตกต่ำของประเทศเพื่อก้าวสู่ไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต ผู้เขียนบทของซีรีส์เรื่องนี้ ต้องยกนิ้วให้เลยก็คือ “โยชิดะ เรโกะ” เป็นทั้งนักเขียนบทและเป็นผู้ทำอนิเมะชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น K-ON!,Girls und Panzer และ Violet Evergarden ล้วนเป็นเรื่องที่ดังๆ มากและขายดีในญี่ปุ่นทั้งสิ้น

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

รักยิ้มของเธอ ซีรี่ย์รักสดใสในโลกกีฬาออนไลน์จาก WeTV

“ลู่ซือเฉิน พี่เผด็จการจริงๆ” คำที่สาวน้อยถงเหยาพูดด้วยความอัดอั้นตันใจแทบตลอดเรื่อง ในขณะที่อีกฝ่ายมักจะเรียกเธอว่า ยายเตี้ย และมักจะถามถงเหยาว่า “สมองมีรอยหยักหรือเปล่า” เรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้ทุกตอนเพราะว่าภายใต้ท่าทางเย็นชาของลู่ซือเฉินทุกคนสามารถรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่ปกปิดเอาไว้

ซีรี่ส์ รักยิ้มของเธอ (Falling into your smile) เปิดตัวด้วยเรื่องราวของสาวน้อยถงเหยา เกมเมอร์สตรีมมิ่งมีแฟนคลับพอสมควร เธอเริ่มเล่นเกมเพราะแฟนเก่าชื่อ เจี่ยนหยาง ที่ได้กลายเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับประเทศ จนสุดท้ายก็เลิกราเพราะเจี่ยนหยางขาดการติตต่อหายไปจากชีวิต

รักยิ้มของเธอ ซีรี่ย์รักสดใสในโลกกีฬาออนไลน์

วันหนึ่งถงเหยาถูกทดสอบในระหว่างการเล่นเกมออนไลน์โดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้น ZGDX หนึ่งในทีมอีสปอร์ตชั้นนำส่งเทียบเชิญให้ถงเหยาไปเป็นหนึ่งในทีมแข่ง ถงเหยาลังเลและตัดสินใจเดินทางไปดูการแข่งของ ZGDX กับ CK ที่มีเจี่ยนหยางนำทีม ถงเหยาตัดสินใจได้ว่าจะร่วมทีมกับ ZGDX หลังจบการแข่ง

เจี่ยนหยางพยายามจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเธอ แต่ในตอนนั้นถงเหยาได้จดจ่อที่จะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตหญิงคนแรกของประเทศ แถม ZGDX ยังมี ลู่ซือเฉิน หัวหน้าทีมตัวสูงสุดหล่อขวัญใจสาวๆทั้งประเทศขวางทางอยู่

รักยิ้มของเธอ ซีรี่ย์รักสดใสในโลกกีฬาออนไลน์

ลู่ซือเฉินเป็นคนเข้มงวดเย็นชาโดยเฉพาะกับถงเหยา  การติดต่อกับโลกภายนอกนั้นดูจะต้องผ่านการอนุมัติของเขาทุกอย่าง แถมยังเข้ามายุ่งแทบทุกเรื่อง กว่าจะมีใครทันรู้ตัวรวมทั้งถงเหยาด้วย ลู่ซือเฉิน เทพบุตรอีสปอร์ตแผนสูงก็ซึมลึกเข้ามาในหัวใจของถงเหยาเสียแล้วพล็อตเรื่องหนุ่มเย็นชาปากร้ายที่เพียบพร้อมทั้งสติปัญญา หน้าตาและฐานะ มาหลงรักผู้หญิงน่ารักแต่เตี้ย-หุ่นไม่ดี-กินเก่ง-ใสซื่อ-ท่าทางเปิ่นๆ พูดจาตรงไปตรงมา เป็นพล็อตฟินเนอเร่สูตรสำเร็จที่ใช้ได้ผลดีแทบทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน

รักยิ้มของเธอ ซีรี่ย์รักสดใสในโลกกีฬาออนไลน์

แม้ว่าเฉิงเซียวที่รับบท ถงเหยา นอกจากจะสวย ไม่เตี้ย ไม่อ้วน แต่ด้วยวิธีการแสดงของเธอดูแล้วน่าเชื่อมากกับการเป็นผู้หญิงไม่โดดเด่นแต่ดูไปดูมาก็น่ารักจนทำให้คนหล่อๆมากมายมาขายขนมจีบ ในขณะที่การมีสวีข่ายผู้รับบทเป็นลู่ซือเฉินเป็นคนตัวสูงมากและยังหน้าตาดีแบบไม่ต้องตั้งคำถาม ทำให้เฉิงเซียวเหมาะกับการเป็นยายเตี้ยของลู่ซือเฉินจริงๆ

แม้ว่าพล็อตรองของเหล่านางรองพระรองไม่ค่อยโดดเด่นมากนักแต่ก็ไม่สำคัญอะไร เพราะพล็อตหลักดึงดูดคนดูอยู่หมัด

ในด้านงานโปรดักชั่นไม่มีอะไรต้องติเลย การแข่งขันเกมออนไลน์จะดูน่าสนุกสมจริงดีมาก แต่ที่น่าสนใจคือสาระที่สอดแทรกระหว่างบรรทัดเกี่ยวกับอีสปอร์ตที่เรื่องนี้ได้เปิดเผยเรื่องราวของนักกีฬาชนิดนี้ในมุมมองที่คนทั่วไปอาจจะไม่รู้จัก

รักยิ้มของเธอ ซีรี่ย์รักสดใสในโลกกีฬาออนไลน์

แต่แน่นอนว่าคนที่ไม่รู้จักหรือไม่ได้เข้าใจอะไรเลยกับกีฬาอีสปอร์ตอาจจะกลัวๆว่าจะดูไม่รู้เรื่อง แต่ว่าการไม่รู้อะไรเลยก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรในการดู แนะนำว่าทำใจร่มๆดูฉากการต่อสู้ไปแบบผ่านๆ ค่อยๆเรียนรู้ไปกับเรื่องราวก็ได้ ไม่ต้องซีเรียส เพราะว่าอันที่จริงทุกคนก็รอลุ้นเด็กใหม่เปิ่นๆกับบอสสุดโหดว่าจะลงเอยกันอย่างไรได้มากกว่า..จริงมั้ย

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

Rookie Cops (2022)

Rookie Cops (2022) ซีรีส์เกาหลีกับหลักสูตรการเรียนตำรวจ

Rookie Cops เป็นอีกซีรีส์ที่ออกอากาศผ่านการสตรีมใน Disney Hotstar ซึ่งเนื้อหามีความแปลกใหม่ให้มีความทันสมัย บนความหัวโบราณในระบบเรียนตำรวจมากขึ้น และทำให้เข้าใจถึงการได้รับแรงบันดาลใจในการต่อยอดจากบุคคลต้นแบบในชีวิต แต่ก็ต้องเจอบททดสอบจากการทำตามความฝันเข้ามา และยังเหลือความ Coming Of Age ได้เป็นอย่างดี และเป็นการกลับคืนหน้าจออีกครั้งของ “คังแดเนียล” เป็นอีกซีรีส์ที่น่าติดตามมากเลยทีเดียว

                เรื่องราวของ Rookie Cops มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยโครงเรื่องจะเกี่ยวกับน้องใหม่กิตติมศักดิ์ “วีซึงฮยอน” เริ่มต้นจากการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยตำรวจแห่งชาติเกาหลี เขาชื่นชมพ่อของเขาซึ่งเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจคยองกีดงบู หรือสำนักงานตำรวจภาคตะวันออก ซึ่งอยู่จังหวัดคยองกี เขาเริ่มเดินตามรอยเท้าพ่อของเขา แต่เจออุปสรรคเมื่อเขาเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ “โกอึนกัง”

Rookie Cops (2022) ซีรีส์เกาหลีกับหลักสูตรการเรียนตำรวจ

เรื่องราวจะหมุนรอบคนหนุ่มสาวที่เกิดในยุค 2000 ที่เดินผ่านชีวิตในวิทยาลัยด้วยวิธีที่ติดความเป็นอนุรักษ์นิยม กับการเรียนหลักสูตรตำรวจในมหาวิทยาลัยที่อนุรักษ์นิยม เคร่งครัดที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี เยาวชนของเกาหลีและวิธีที่พวกเขาเติบโตควบคู่ไปกับความฝัน ความรัก และความยากลำบากในมหาวิทยาลัยตำรวจ การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้โดดเด่นภายในวิทยาเขตนักศึกษา 2,000 แห่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิทยาเขตที่อนุรักษ์นิยมและมีความพิเศษเฉพาะตัวที่สุดในประเทศจะได้รับการบอกเล่าผ่านซีรีส์เรื่องนี้

Rookie Cops (2022) ซีรีส์เกาหลีกับหลักสูตรการเรียนตำรวจ

   บางครั้งมันก็เจอเรื่องอลหม่านในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างขบขันพอสมควร ทั้งตัวพระเอกที่ต้องแบกความหวังของตนเองที่จะให้เป็นนักศึกษาวิชาตำรวจหัวกะทิ ทั้งที่เขาเองก็เรียนเก่งที่สุดของรุ่น ส่วนนางเอกก็เป็นคนใจสู้ ไม่เจ้าน้ำตาหรือบอบบางเลย แต่เธอมีความฉลาด รู้จักรับโอกาสและไขว่คว้าจนได้มาเป็นนักศึกษาวิชาตำรวจ แต่เราก็ยังได้เห็นเรื่องราวของการใช้ชีวิตของนักศึกษาวิชาตำรวจ ซึ่งอาจจะไม่ต่างจากนายร้อยตำรวจในบ้านเรามากนัก เพียงแต่ทุกคนมีเสรีในการเป็นอาชีพตำรวจ ไม่ว่าจะเพศอะไรก็ตาม ซึ่งซีรีส์นี้ทำออกมาได้ดีเยี่ยม

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Rookie Cops (2022) ซีรีส์เกาหลีกับหลักสูตรการเรียนตำรวจ
Categories
series

Ghost Doctor (2022)

Ghost Doctor (2022) เมื่อสามีแห่งชาติอย่าง “เรน” ต้องรับบทผีคุณหมอ

คุณแน่ใจหรือเปล่าว่าหมอที่ผ่าตัดให้คุณ จะเป็นหมอคนนั้นจริงๆ ดีไม่ดีหมอคนนั้นจะกลายเป็นผีที่มาสิงเพื่อช่วยชีวิตคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ กับซีรีส์ที่รับชมทาง Viv กับ Ghost Doctor ซึ่งคนที่เป็นผีคุณหมอที่คอยเข้าสิงใครอย่าง “เรน” ที่รับบทเป็น “ชายองมิน”

พร้อมกับทำทุกอย่างเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมเขาต้องกลายเป็นผี พร้อมกับสอดแทรกเรื่องราวทางการแพทย์อีกมากมาย ทำให้เนื้อหามีความสนุกสนาน เข้มข้นบนความฮามากขึ้น ซึ่งใครชอบดูซีรีส์เกาหลีจะต้องไม่พลาดที่จะดู Ghost Doctor ซึ่งเป็นซีรีส์ฉีกกฎทางการแพทย์ไปไม่เหมือนเดิมอีกเลย

Ghost Doctor ซึ่งคนที่เป็นผีคุณหมอที่คอยเข้าสิง

                พอรู้ว่า Ghost Doctor เปิดตัว การได้ “เรน” เป็นนักแสดงหลักของเรื่อง ทำให้ใครๆ ต่างจับตามองอย่างมากด้วยดีกรีสามีแห่งชาติ แม้ว่าจะเป็นคุณพ่อแล้วก็ตาม แต่ออร่าสามียังคงเด่นชัดจริงๆ แถมรับบทนี้ เล่นได้กวนบาทาอย่างมาก หากใครได้ดูจะรู้สึกว่า Ghost Doctor สนุกอย่างมากเลยทีเดียว เรื่องมีอยู่ว่า “ชายองมิน” เป็นหมออัจฉริยะที่มีทักษะการผ่าตัดที่ยอดเยี่ยม แต่เขากลับหยิ่งผยองและเห็นแก่ตัว อยู่มาวันหนึ่ง เขาประสบอุบัติเหตุและด้วยเหตุนี้ วิญญาณของเขาจึงเข้าสิงร่างของแพทย์อีกคน “โกซองทัก” ที่รับบทโดย “คิมบอม”

Ghost Doctor ซึ่งคนที่เป็นผีคุณหมอที่คอยเข้าสิง

แพทย์คนนี้กลับนิสัยตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มีบุคลิกที่ตรงกันข้ามและมีความสามารถทางการแพทย์ ในขณะที่ยองมินเป็นคนจองหองและเลือดเย็น ซึ่งสนใจแต่อาชีพของเขาเท่านั้น และไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของผู้ป่วยเลย ซองทักเป็นแพทย์ประจำบ้านที่โชคดี เพียบพร้อมและรวยชนิดที่เติบโตมาบนกองเงินกองทอง สมความเป็นลูกหล่อพ่อรวยที่สุดที่มีปู่เป็นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลมยองชิน และแม่เป็นประธานของโรงพยาบาล เขาเองก็ไม่อยากเป็นหมอเก่งๆ โดนผีเข้าสิง โดยเฉพาะผีอย่างยองมิน แต่การรักษาทางการแพทย์ก็อลหม่านไปพร้อมกับคนและผีอีกด้วย บางคนโดนเข้าสิงแล้วไปผ่าตัดคนไข้โดยไม่รู้ตัวว่าโดนผีหมอชาเข้าก็มี

Ghost Doctor ซึ่งคนที่เป็นผีคุณหมอที่คอยเข้าสิง

                อาจจะไม่สามารถรีวิวได้มากเพราะ Ghost Doctor เป็นซีรีส์มาใหม่แซงทางโค้งมากอีกเรื่อง ถ้ามีหมอชาในเรื่องจริงจะเป็นอะไรที่อึ้งมาก เพราะเรื่องราวของ Ghost Doctor มีความใหม่และมีความแปลก ทำให้มีมิติในการแสดงมาก พร้อมกับซีจีสวยๆ เพิ่มความโดดเด่น ดูได้ไม่มีเบื่อ และมีความสนุกสนานของเนื้อหา ครบเครื่องทั้งขบขัน ดราม่า ระทึกขวัญ และโรแมนติกไปในตัว Ghost Doctor เป็นซีรีส์ที่ควรดูรับศักราชใหม่มากๆ เลยทีเดียวของปี 2022 ด้วย

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

Our Beloved Summer (2021)

Our Beloved Summer (2021) คุณเชื่อรักในวัยเรียนไหม

หลายคนคงประทับใจซีรีส์เรื่อง  Our Beloved Summer ใน Netflix มาบ้างแล้ว มันทำให้กลับมาตั้งคำถามว่า  คุณเชื่อรักในวัยเรียนไหม เพราะเนื้อหาของมันมีความอมยิ้ม ครบรสชาติ และเสียน้ำตาไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องราวที่พระเอกมีนิสัยเด็ก หน้าตาดี แต่นางเอกมีความเป็นคนที่โตกว่าวัย ทำให้ความสัมพันธ์ในฐานะคนรักเก่าในวัยเรียน ซึ่งไม่สามารถกลับมาเจอกันได้ แต่รักในวัยเรียนที่อยู่ในใจมาตลอดทำให้กลับมาเจอกันอีก 10 ปี แล้วจะเป็นยังไงกับพวกเขา แน่นอนว่าเรื่อง  Our Beloved Summer ตอนจบก็อิ่มเอมใจลึกๆ มากเลยทีเดียว

Our-Beloved-Summer-(2021)

                เรื่อง  Our Beloved Summer เป็นซีรีส์ที่ให้ภาพสวยมาก การถ่ายทอดเนื้อหามีความสนุก มีความพ่อแง่แม่งอนอยู่บ้าง แต่ก็เรียกน้ำตาไม่น้อยเหมือนกัน ซึ่งเนื้อเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้มันเล่าถึงในช่วงหลายปีหลังจากถ่ายทำสารคดีไวรัลในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อดีตคู่รักที่ทะเลาะกันสองคนถูกดึงกลับมาที่หน้ากล้อง และเข้ามาในชีวิตของกันและกัน “ชเวอุง” พระเอกของเรื่อง ดูไร้เดียงสาและร่าเริง

แต่เขาต้องการมีบางอย่างเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา สำหรับสิ่งนั้น เขาแสดงสิ่งที่เขาถืออยู่ในใจของเขา “กุ๊กยอนซู” เป็นนางเอกของเรื่องที่เป็น PR โดยช่วงวัยเรียนตั้งเป้าที่จะเป็นนักเรียนอันดับต้นๆ ในโรงเรียนของเธอ แต่ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างดุเดือดและปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงของเธอ

Our-Beloved-Summer-(2021)

                บางครั้งอยากลืมกลับจำ บางครั้งอยากจำกลับลืม ในชีวิตจริงของคนเราก็เช่นกัน ทุกความสัมพันธ์แม้ว่าจะมีความสวยงาม แต่มันไม่ได้สวยงามถ้าความสัมพันธ์นั้นมีบาดแผลในใจ มีหลายคนที่จบกันด้วยไม่ดีชนิดที่ไม่อยากพูดถึงมันอีก แต่มันก็เล่าเรื่องเพื่อสื่อถึงความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต มีความชัดเจนในหัวใจของตนเองมากขึ้น ซึ่งมันจะถ่ายทำให้รู้สึกว่า มันดูเรื่อยๆ แต่ว่ามันทำให้คนดูรู้สึกดีไปกับตัวละครชนิดที่ Move On ไม่ได้เลย

Our-Beloved-Summer-(2021)

                เรื่อง  Our Beloved Summer เป็นอีกเรื่องที่แนะนำอย่างมาก ทำให้เราอิ่มเอมใจ ประทับใจทุกครั้งที่ได้เห็นความสัมพันธ์กลับมาอีกครั้งในวัยหนุ่มสาว โดยถ่ายทอดออกมาให้สอดแทรกเชิงสารคดีเข้ามา ทำให้ไม่น่าเบื่อ ไม่ผิดหวังที่จะกลับมาดูย้อนหลังอีกครั้ง แม้จะจบไปไม่กี่เดือนแล้วก็ตาม แต่มันก็มีทั้งความตลก ความคลั่งรักไปในตัวของคู่พระเอก นางเอก แม้นางเอกจะไม่ค่อยชอบก็ตาม แต่นั่นมันสร้างสีสันได้ไม่น่าเชื่อ

Our Beloved Summer (2021)

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Categories
series

Kissable Lips (2022) ซีรีส์วายเนื้อหาดี

Kissable Lips (2022) ซีรีส์วายเนื้อหาดี แถมได้มิติมากกว่าความจิ้นจิกหมอน

Kissable-Lips
Kissable-Lips

โดยปกติแล้วซีรีส์วาย ตัวละครมักจะเป็นกลุ่มเดียวกัน แทบจะทุกเรื่องที่เป็นซีรีส์ที่ตอบโจทย์กลุ่มวัยรุ่น และเน้นความจิ้นจิกหมอน และอยากให้ลงเอยกันและกันมากกว่า ในขณะเดียวกันซีรีส์เรื่อง Kissable Lips ก็เป็นอีกเรื่องที่ปฏัวัติซีรีส์วายไปโดยสิ้นเชิง เพราะมันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับแวมไพร์กับมนุษย์ ซึ่งเนื้อเรื่องก็น่าติดตามแล้ว และละมุนพอๆ กับภาพยนตร์เรื่อง Twilight มากๆ เลยทีเดียว จะเป็นยังไงบ้างไปดูกันเถอะ

Kissable-Lips2
Kissable-Lips2

ซีรีส์เรื่อง Kissable Lips ฉายทาง bilibili โดยหลายคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าน่าดูมาก มีความละมุนเหมือนซีรีส์ชายหญิงมากกว่าที่คิด แถมมีปมบางอย่างน่าติดตาม ระทึกไปในตัว การดำเนินเรื่องราวเป็นไปด้วยความกระชับ เข้าใจง่าย สื่อสารออกมาได้ชัดเจน ซึ่งเรื่องมันเกี่ยวข้องในวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้

เป็นจุดเริ่มต้นความรักอันแสนหวานในวิทยาเขตที่พวกเขาเรียนระหว่างจุนโฮ แวมไพร์ผู้เดินไปตามเส้นทางแห่งการสูญพันธุ์ เอาง่ายๆ เลยคือจะสลายตัวเองภายใน 10 ปี และมินฮยอน มนุษย์ที่มีเลือดบริสุทธิ์ ที่บรรดานักพายทั้งหลายต่างเรียกว่า “ไอ้ต้าวมินฮยอน” อีกด้วย แต่ความน่าสงสารไม่ได้มีแค่นั้น จุนโฮเป็นแวมไพร์ที่กำลังจะตาย จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด และไม่ยอมเป็นไปเหมือนเผ่าพันธุ์ของตนเอง โดยเขาจะต้องดื่มเลือดบริสุทธิ์และกลายเป็นมนุษย์ก่อนที่ตนจะไม่มีโอกาส

Kissable-Lips4
Kissable-Lips4

วันหนึ่ง…ในขณะที่จุนโฮ หรือ “คุณแวมไพร์” ค้นหา ตามหาใครสักคนที่มีเลือดบริสุทธิ์นี้ เขาได้พบกับมินฮยอน มนุษย์ที่มีเลือดบริสุทธิ์ แต่แวมไพร์อีกคนหนึ่งชื่อแฮซู ผู้รู้เกี่ยวกับความบอบช้ำในอดีตของจุนโฮ ทำให้มินฮยอนและจุนโฮหลุดออกจากปากถึงความในใจออกมาและการเดินทางของหัวใจเริ่มต้นขึ้นบนความแตกต่าง และ “คุณแวมไพร์” ดั๊นแพ้ทางคนซื่อๆ อย่างมินฮยอนไปได้ การใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ธรรมดาของจุนโฮและปกป้องมินฮยอน จุนโฮจะต้องเผชิญกับอะไร? แถมทำคนดูฟินจิกหมอน และระทึกตามๆ กัน จนเป็นอีกเรื่องที่น่าดูมากในปี 2022

Kissable-Lips3
Kissable-Lips3

ต้องบอกก่อนว่าแค่แคสติ้งนักแสดงก็ผ่านแล้ว โดยเฉพาะมินฮยอน ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นคนซื่อๆ ไม่มีพิษมีภัย แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนกำลังถูกแวมไพร์เล็งเพื่อเอาเลือดบริสุทธิ์จากตนอยู่ แต่จุนโฮหรือคุณแวมไพร์นี่เหมือนจะรุกแรงยิ่งกว่าใคร จ้องหน้าราวกับหมาป่าจะกินลูกแกะก็ไม่ปาน แถมการวางตัวให้กลมกลืนก็ทำเอาหัวเราะมากกว่าที่จะน่ากลัวเสียอีก ถ้าใครสนใจสามารถติดตามเรื่องนี้ได้เลย เพราะฉายมาได้ไม่กี่ตอนนี้เอง

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Kissable Lips (2022) ซีรีส์วายเนื้อหาดี

Categories
series

Lost Romance ซีรีส์ไต้หวันสุดโรแมนติกพาไปสู่โลกนิยาย

ถ้าพูดถึงซีรีส์ส่วนมากมักจะสร้างเพื่อให้เรา “มโน” เอาเองไม่ว่าจะในจอหรือนอกจอ แต่ก็มีหลายคนที่จิ้นจากนวนิยายเรื่องโปรด เรื่องที่ตนเองชอบอ่านหรือเรื่องที่ตนเองแต่งขึ้นมา ก็ทำให้กระชุ่มกระชวยได้มากเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน…

ใครจะเชื่อว่าในนวนิยายของตนเอง จะทำให้เราทะลุเข้าไปอีกโลกหนึ่งแล้วเป็นคนที่เราชื่นชอบด้วย ซึ่งผู้เขียนขอแนะนำซีรีส์ไต้หวันเรื่องนี้เลย แน่นอนว่าต้องถูกจริตของคนชอบ “มโน” ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีชื่อว่า Lost Romance โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า…หลงรักคุณ ได้ออกอากาศเมื่อปี 2020

Lost Romance
Lost Romance

เนื้อเรื่องของซีรีส์ค่อนข้างน่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะเจิ้งเสี่ยวเอิน (วิเวียน ซุง) นางเอกในเรื่องเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์นิยาย ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์รับแนวโรแมนติก แถมแอบฝันที่จะตกหลุมรักกับเหอเทียนสิง (มาร์คัส ชาง) ผู้บริหารระดับสูงที่หล่อเหลาของบริษัท

ซึ่งอยู่ในอาคารตรงข้ามกับสำนักงานของบริษัทของเธอ เธอแอบชอบถึงขั้นเอาโดรนมาส่องอยู่ อยู่มาวันหนึ่ง เจิ้งเสี่ยวเอินพบว่าตัวเองถูกส่งเข้าสู่หน้านิยายรักที่เธอแต่งมากับมืออย่างน่าอัศจรรย์ เหมือนเธอวาร์ปไปอีกโลก และได้เผชิญหน้ากันกับเหอเทียนสิง ผู้ชายที่แอบชอบของเธอในโลกมโน อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าเธอก็พบว่าในจักรวาลสมมตินี้

Lost Romance
Lost Romance

ชื่อของเขาคือซื่อตาวหรานตามในนิยายเล่มนั้น และบุคลิกของเขาแตกต่างกันมาก เธอหวังว่าจะใช้เคล็ดลับและกลเม็ดทั้งหมดที่เธอได้เรียนรู้จากนิยายรักโรแมนติกที่เธอได้แก้ไขเพื่อช่วยบ่วงหัวใจของเขา แต่ในไม่ช้าเธอก็พบว่าในโลกสมมตินี้ เธอไม่ใช่นางเอกที่กล้าหาญ แต่เป็นตัวละครด้านร้ายแทน (อ้าว…งานเข้าซะแล้วสิ 555555)

แม้ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะไม่ได้ขายความดังแบบเอากระแสมากนัก แต่เนื้อเรื่องเรียกว่าน่าสนใจเลยทีเดียว เพราะมันตอบโจทย์สายเมียมโนได้เป็นอย่างดี ทำให้เรื่องราวดูน่าติดตาม มีความเป็นเอกลักษณ์ไปในตัว นอกจากนี้เป็นซีรีส์ปลุกความเป็นสายจิ้นในตัวคุณโดยปริยาย และเป็นซีรีส์ที่นิยมดูในไทยอีกด้วยนะ สามารถเข้าไปดูได้แล้ว

Lost Romance
Lost Romance

ตอนจบขอไม่อธิบายนะ เพราะมันอิ่มเอมใจมากๆ อิ่มเอมใจจนฟินไปหลายตลบ เอาเป็นว่าถ้าหากใครไม่เคยดูเรื่องนี้ก็ไปลุ้นตอนจบแทนว่านางเอกของเรื่องจะได้ครองรักกับพระเอกที่เป็นชายในฝันดังที่เธอตั้งใจหรือไม่ อันนี้ต้องไปดูกัน แต่ผู้เขียนชอบนางเอกมาก เพราะยังติดตาภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Our Times เลยทำให้สลัดภาพสาวสายจิ้นออกไม่ได้สักที ความน้ำเน่าแทบจะไม่ค่อยมี และเหมาะกับเยาวชนมากเลยทีเดียว

Lost Romance

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์

Categories
series

The Fierce Wife ซีรีส์ไต้หวันเกิดมาเพื่อเปิดตำนาน “เมีย 2018”

หากใครได้ดูละครไทยจาก “เมีย 2018” แล้วจะรู้เลยว่าความโด่งดังนี้ไม่ได้เป็นกระแสอย่างเดียว แต่เรื่องนี้มาจากซีรีส์ไต้หวันที่โด่งดังมากชื่อว่า “The Fierce Wife” หรือที่มีชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยว่า…สงครามรัก สงครามชีวิต กว่าจะเป็นซีรีส์ที่โด่งดังมากในไต้หวันได้นั้น เรียกว่าฮือฮามากพอสมควร และมีความเป็น Empowering Women มากพอสมควร

โดยปกติแล้วไต้หวันจะเน้นซีรีส์น่ารักขายความจิ้น แต่พอเรื่องนี้ออกมาเรียกได้ว่าฉีกกฎซีรีส์ในยุคนั้นเลยก็เป็นได้ เนื้อเรื่องค่อนข้างจะสนุกสนานเลยทีเดียว ให้ผู้หญิงรักคุณค่าตนเอง และเล่นกับสังคมผัวเดียวเมียเดียวชนิดที่ถูกใจคนดูทีเดียว

The Fierce Wife
The Fierce Wife

เนื้อเรื่องมันอาจจะคล้ายๆ กับเมีย 2018 มากพอสมควรแต่ต่างกันตรงที่เมียน้อยในเวอร์ชั่นไต้หวันเป็นลูกพี่ลูกน้องของนางเอก ซึ่งในเวอร์ชั่นไทยเมียน้อยเป็นน้องแท้ๆ ของนางเอกเลย จึงค่อนข้างจะใกล้เคียงกันมากถ้าหากจะปรับบทในเวอร์ชั่นไทย เรื่องราวจะเป็นคู่รักระหว่าง “เซียะ อันเจิน” นางเอกของเรื่องกับสามี “เหวิน หรุยฟาน” ที่เหมือนจะดี

แต่งงานกันมา 10 ปีจนมีพยานรักอย่าง “เหวิน หยู่เหมิง” ลูกสาวตัวน้อยกำลังน่ารักวัย 5 ขวบ แล้วเรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อลูกพี่ลูกน้องของนางเอกอย่าง “เหลย เว่ยอัน” ซึ่งเป็นผู้หญิงเกิดจากครอบครัวบ้านแตก เลยซมซานมาที่บ้านนางเอกเพื่อขอพึ่งใบบุญ

แต่ใครจะรู้ว่ามันไม่ต่างอะไรจากการชักศึกเข้าบ้านเพื่อ “สวมเขา” โดยไม่รู้ตัว ถ้าพูดในส่วนของบริบทระหว่างไทยกับไต้หวันจะค่อนข้างต่างกัน ไทยอาจจะมองในมุมมองของผู้หญิงและผู้ชายชัดเจนในเรื่องความสนุกในเรื่องเพศของผู้ชายกับผู้หญิงอื่น ผู้หญิงทำหน้าที่เลี้ยงลูก แม้ว่าจะมีเรื่องของศีล 5 ที่ 1 ใน 5 มีเรื่องของการประพฤติผิดในกามก็จริง

The Fierce Wife
The Fierce Wife

กลับหย่อนยานในเรื่องความรักเดียวใจเดียวค่อนข้างมาก เห็นได้ว่าประเทศไทยมีข่าวคราวเรื่องเมียหลวงกับเมียน้อยค่อนข้างถี่กว่า ไม่เด็ดขาดเท่าที่ควรนักเมื่อเทียบบริบทแล้ว แต่ของไต้หวันค่อนข้างจะเด็ดขาดกว่า บ้านไหนมีน้อยเมื่อไหร่เป็นเรื่องเมื่อนั้น เมียน้อยไม่มาลอยหน้าลอยตา (อาจมีบ้าง)

เหมือนเวอร์ชั่นไทยแบบมั่นหน้าสักเท่าไหร่นัก แล้วถ้ามีจริงๆ ที่ยืนในสังคมแทบจะไม่มีเลย บางคนถึงกับหายไปจากสังคมเลยก็มี ต่อให้ดังมาจากไหนก็ตาม “ชู้สาว” เมื่อไหร่ ดับเมื่อนั้น ขนาดคนที่แต่งงานกับคนไต้หวันยังต้องระบุชื่อสามีและชื่อภรรยาไว้ในบัตรประชาชนเลย

The Fierce Wife
The Fierce Wife

ในมุมมองของ “หลัน เถียนเว่ย” ที่เป็นพระเอกของเรื่อง ผู้เขียนมองว่าจะต่างจาก “บอสวศิน” ตรงที่พระเอกเวอร์ชั่นนี้ค่อนข้างจะออกไปทางพูดตรงมากกว่าที่จะปากร้าย แต่ในเวอร์ชั่นไทยเป็นผู้ชายปากร้ายซะนี่ 55555 แต่เรื่องนี้คนเขียนบทนำเสนอตรงไปตรงมา

เขียนได้ตรงใจกับคนดูอย่างมาก เหมือนไปเก็บกดมาจากชาติไหนก็ไม่ทราบอย่างยิ่ง หากใครสนใจในเวอร์ชั่นต้นฉบับนี้สามารถกลับไปดูได้เลย แล้วจะรู้ว่าเวอร์ชั่นต้นตำรับก็แซ่บไม่แพ้เวอร์ชั่นรีเมคของไทยเลยล่ะ

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์

Categories
series

Negotiator (2018) ซีรีส์จีนฉีกกฎจาก Trade War แท้จริง

ถ้าพูดเรื่องซีรีส์จีนในปัจจุบันเริ่มเปิดกว้างในกลุ่มคนดูที่เป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้น จะเห็นได้จากฝั่งเกาหลีมีการเพิ่มเนื้อหาในซีนดราม่าหนักมากขึ้น และฝั่งจีนจะเพิ่มเนื้อหาไปในทางจิ้น เอาใจคนดูและมีความหลากหลายมากกว่า แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่เรียกได้ว่าสวนทางกับช่วง Trade War อย่างแท้จริงต้องยกให้ “Negotiator” ซึ่งเป็นเรื่องที่เนื้อหาได้น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะมันทำให้รู้ว่าความดุเดือดไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธเสมอไป ใช้การเจรจาต่อรองนี่แหล่ะสมน้ำสมเนื้อดี

Negotiator (2018)
Negotiator (2018)

กว่าเรื่องนี้จะเปิดตัวนั้นต้องเรียกได้ว่าผ่านกระแสดราม่ามากพอสมควร เนื่องด้วยเนื้อหาความใหม่ที่ปกติจะไม่ค่อยได้เน้นอะไรเกี่ยวกับต่างประเทศนัก ถ้าไม่ใช่เรื่องราวเกี่ยวกับละแวกใกล้เคียงอย่างไต้หวัน ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ มาเก๊า แต่เรื่องนี้ถ่ายทำกันถึงที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา กับประเทศจีน และช่วงนั้นต้องยอมรับว่า Trade War กำลังแรงเลยทีเดียว

มุมมองของพระนางในเรื่อง ผู้เขียนรู้สึกชอบ “หยาง มี่” ที่รับบท “ถง เว่ย” นักธุรกิจสาวที่มีสกิลการเจรจาในวงการธุรกิจระหว่างอเมริกันกับจีน ภาพแรกที่ผู้เขียนดูพบว่าเธอเกิดมาเพื่อเป็นถง เว่ยจริงๆ เพราะเธอมาในมาดผู้ดีมีสกุลสมราคามาก และเธอมาพร้อมกับ “ฉิน เถียนยู่” ทนายที่เป็นฝ่ายนิติกรประจำการเจรจาครั้งนี้ ซึ่งแสดงโดย “กัว ผิ่นเชา”

Negotiator (2018)
Negotiator (2018)

พระเอกจากซีรีส์ The Outsiders ทั้งสองภาคมาเล่นบทนี้ด้วยในบทพระรอง และพระเอกของเรื่องก็คือ “หวาง จื้อเทา” หรือ “เทา EXO” ที่มารับบท “เซี่ย เสี้ยวเฟย” พระเอกของเรื่องเป็นคนขบถ หัวดื้อ มั่นใจในตนเองสูง เป็นคนจำเป็นต้องสืบทอดทางธุรกิจ ทั้งที่ตนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ในเรื่องนี้จะเหมือนชิงไหวชิงพริบในโลกธุรกิจ จนมีเรื่องราวที่ฝั่งพระเอกมีส่วนทำให้พ่อแม่ของนางเอกต้องตาย

แล้วในอีก 2-3 ปีต่อมาพระเอกกับนางเอกก็กลับมารักกัน จนได้ลงเอยกันในที่สุด ซึ่งทำเรตติ้งดีมากในเจียงซูเลยทีเดียว ผู้เขียนชอบตรงที่คอสตูมที่ตอบโจทย์โลกแฟชั่นมากเลยทีเดียว แต่ขัดใจตรงที่การแคสนี่แหล่ะ เหมือนเอาพระเอกมาแกงพระรองซะงั้น (พระรองหล่อกว่าพระเอกเสียอีก 55555) แต่ไม่เป็นไร เทาเล่นดีมากๆ

Negotiator (2018)
Negotiator (2018)

ซีรีส์นี้ต้องบอกก่อนว่าลงตัวทุกช็อต ไม่มีส่วนไหนบกพร่องแม้แต่นิดเดียว แต่มันจะหนักไปทางความหวานของคู่พระนางตัวหลักส่วนใหญ่ แต่ก็มีช่วงที่เอาด้านรักในวัยรุ่นเข้ามาด้วยในคู่ของพระรอง ใครจะให้พระรองเดียวดายฝ่ายเดียวล่ะ

จะว่าไปเรื่องนี้ผู้เขียนให้ประมาณ 8/10 สำหรับคนชอบดูซีรีส์จีน แต่ที่หักสองคะแนนเพราะให้ไปในทางความหวานของพระนางที่มากจนจะเลี่ยนไปหน่อย กับแก่นแท้การเจรจาสั้นไปหน่อย หลังๆ เหมือนจะเชือดเฉือนหนักกว่าเจรจา แต่ภาพรวมถือว่าซีรีส์นี้ทำออกมาสวนกระแส Trade War หรือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนเลยทีเดียว

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์

Categories
series

Count Your Lucky Stars กับเรื่องหัวใจที่ครบรสครบสูตร

เรื่องแฟชั่นและวงการบันเทิงเป็นของคู่กันเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ในชีวิตจริงแข่งขันสูงมากในสังคมชาวจีน แล้วในซีรีส์เรื่องนี้ก็เล่นไปในทางชิงดีชิงเด่นในเรื่องแฟชั่นอย่างชัดเจน แต่ผู้เขียนได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ทำให้รู้สึกตื่นเต้นกับความระทึกไปในตัว

และอาศัยเรื่องโชคชะตาของคู่พระนางชัดเจน ซึ่งมีชื่อว่า “Count Your Lucky Stars” ซึ่งนำแสดงโดย เจอร์รี่ เหยียน (เจอร์รี่ F4) กับเสิ่นเยว่ เหมือนกับว่าเป็นการพบกันระหว่างคู่สองพระนางจาก “Meteor Garden” ทั้งสองเวอร์ชั่นมาพบกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ติดกันงอมแงม แต่พอมาเจอกันใน Count Your Lucky Stars ต้องมีข้อถกเถียงก่อนได้จิ้นเสมอ

Count Your Lucky Stars
Count Your Lucky Stars

อันดับแรกเลยก็คือเนื้อเรื่องจะเป็นแนวพ่อแง่แม่งอน (นิดๆ) เนื่องจากพระเอกเป็นบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นแห่งหนึ่งที่มีความโชคดีอยู่ในดวง ซึ่งเขาไม่ได้อยากฝันที่จะเป็นบรรณาธิการหรอกนะ เพราะความฝันจริงๆ ของพระเอกคือดีไซน์เนอร์ (คล้ายๆ กับความฝันและความจริงในสังคมไทยและจีนมากเลยล่ะ)

และนางเอกผู้มีความฝันที่จะเป็นดีไซน์เนอร์ แต่มาพร้อมกับดาวแห่งความโชคร้ายในโชคชะตา เรียกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกก็ไม่เชิงนัก มีช่วงหนึ่งที่พระเอกกับนางเอกเจอกัน เผลอจูบแบบพลาดท่ากันโดยไม่มีใครคาดคิด เหมือนกับว่าคู่พระนางโชคชะตาสลับข้างกัน นางเอกกลายเป็นคนโชคดี มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ส่วนพระเอกถูกสลับขั้วกลายเป็นคนทำอะไรก็มีแต่เรื่อง

ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบไปยันเจ็บตัว และยังมีบางตอนที่เผยให้เห็นด้านอ่อนแอของพระเอกในเรื่องความฝันกับแม่ที่เสียชีวิตไป นางเอกทำให้พระเอกกล้ากลับไปทำตามความฝันการเป็นดีไซน์เนอร์อีกครั้ง แล้วความฝันนั้นก็ต้องสู้กันหนักหน่วงเลยทีเดียวกว่าจะสมหวัง ข้อถกเถียงที่ชัดเจนก็คงไม่พ้นเรื่องอายุระหว่างพระเอกกับนางเอกที่ห่างกันตั้ง 20 ปี!

Count Your Lucky Stars
Count Your Lucky Stars

แต่ฝีมือการแสดงทำให้พระเอกกับนางเอกเหมือนคู่พระนางฉบับ “แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ” ซึ่งอายุไม่ใช่อุปสรรคในด้านฝีมือการแสดง ถ้าได้กลับไปดูจะพบว่าเนื้อหาของเรื่องเป็นรักครบรสที่เชิงบวกมากเลยทีเดียว

ตอนจบเป็นอะไรที่แฮปปี้เอนดิ้งตามฉบับซีรีส์จีนในอุดมคติอย่างมาก เนื้อเรื่องค่อนข้างสมเหตุสมผลอย่างมาก เพราะกว่าจะเริ่มต้นอะไรสักอย่าง ใช่ว่าทุกคนที่จะทำตามความฝันได้ทุกคน

Count Your Lucky Stars
Count Your Lucky Stars

แต่ก็น้อยคนนักที่จะไปถึงจุดนั้น ถ้ามองในมุมกลับกันถ้าได้รับกำลังใจที่ดี ส่งเสริมให้แก่กัน ก็จะทำให้สามารถก้าวผ่านอุปสรรคที่หนักหนาสาหัสได้ด้วยความราบรื่น และยืนหยัดได้ด้วยจิตใจเข้มแข็งของตนเองมากขึ้น จึงเป็นซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดูมากเลยทีเดียว

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์

Cr. VIU

Categories
series

Ever Night “สยบฟ้าพิชิตปฐพี”

Ever Night ทั้งสองภาคกับความรู้สึกจากการดูที่เปลี่ยนไป

คอซีรีส์จีนแฟนตาซีไม่ควรพลาดสำหรับเรื่อง Ever Night หรือชื่อไทยชื่อว่า “สยบฟ้าพิชิตปฐพี” ที่ทำมาสองภาคแล้ว เป็นเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกอลังการงานสร้างสูสีกับดาบมังกรหยกอย่างมาก ซึ่งได้นำนิยายออนไลน์ที่มียอดผู้ติดตามมาสร้างเป็นซีรีส์ แล้วผลตอบรับกลับมารู้สึกว่ายอดเยี่ยมมากทั้งสองภาคเลยล่ะ

แต่มันก็มีความดูแล้วไปสุดบ้างไม่สุดบ้างในทั้งสองภาคของ Ever Night เลยทีเดียว เนื้อเรื่องจะเป็นตัวพระเอกที่ครอบครัวถูกฆ่า แล้วมีชีวิตรอดคนเดียว เป้าหมายในชีวิตของตนที่มีคือการแก้แค้นคนที่ทำให้ครอบครัวต้องตาย ส่วนเรื่องความสวยหล่อ ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าครบสูตร

Ever Nightสยบฟ้าพิชิตปฐพี
Ever Nightสยบฟ้าพิชิตปฐพี

น้ำหนักของเรื่องนี้ออกไปทางแฟนตาซีสูงมาก แถมสนุกมากด้วยเช่นกัน เรื่องในซีรีส์นี้มีจุดเริ่มต้นของเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง เมื่อครอบครัวหนึ่งถูกสังหารอย่างไม่ยุติธรรมโดยนายพลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง (เรียกว่าร้ายกาจเอาเรื่อง) มีเพียงเด็กหนุ่มชื่อหนิงเชวี่ย (พระเอกของเรื่อง) เท่านั้นที่รอด อยู่มาวันหนึ่งเขาช่วยชีวิตเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งชื่อว่า ซังซัง เพื่อให้เธอรอดพ้นจากความตาย ตั้งแต่วันนั้นทั้งสองคนก็แยกจากกันไม่ได้เหมือนปาท่องโก๋ แต่จะว่าไปซังซังน่ารักอย่างนี้กินเหล้าเก่งมาก

แต่ไม่เมา (ถ้าชีวิตคนจริงๆ นี่ซ่าแค่ไหนก็จอด) มีสิ่งที่น่าสังเกตระหว่างตัวพระเอกทั้งสองภาคจะมีความต่างกันทั้งที่เป็น “หนิงเชวี่ย” ทั้งคู่ โดยภาคแรกเป็นของ “เฉิน เฟยยวี่” ภาคสองเป็นของ “หวัง เฮ่อตี้” จุดแตกต่างมันชัดตรงที่การถ่ายทอดของตัวละครนี่แหล่ะ

Ever Nightสยบฟ้าพิชิตปฐพี
Ever Nightสยบฟ้าพิชิตปฐพี

ตัวภาคแรกจะให้แววตาที่มีความอาฆาตมาดร้ายมากกว่าภาคสองเพราะในเรื่องจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นที่เสียครอบครัวไป แต่ภาคสองจะให้ความขบถมากกว่าภาคแรก จะออกไปทางกวนๆ แต่ฉากหวานๆ เยอะมาก และออกไปทางกุ๊กกิ๊กสมัยปัจจุบันเสียอีก

ส่วนนางเอกทั้งสองภาคสวยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น “ซ่ง อี้เหริน” นางเอกผู้หน้าเด็กตลอดกาลกับ “หยาง เชาเยว่” แห่งวง Rocket Girl 101 อันนี้ยอมรับเลยทีเดียวว่าสวยมาก แต่ไม่น่าเปลี่ยนตัวละครบ่อยเลย แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเหตุผลที่ทีมงานมองว่าสมควรแล้วล่ะ แล้วพระเอกภาคแรกเรียนต่อด้วย

Ever Nightสยบฟ้าพิชิตปฐพี
Ever Nightสยบฟ้าพิชิตปฐพี

ส่วนคนที่ไม่ต้องเด่นแต่ Air Time เยอะที่สุดคงไม่พ้นศิษย์พี่รอง “เฉิง จุนโม่” ที่รับบทโดย “กัว ผิ่นเชา” พระเอกฝั่งไต้หวันที่มาในมาดดุดัน แต่มีความพ่อพระในที ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 ศิษย์แห่งสำนักที่อยู่ในกลุ่ม “ผู้รู้ชะตา” ซึ่งเป็นขั้นสูงมากในเรื่อง แหม…ซีนคุณเด่นทุกซีนจริงๆ การถ่ายทำจะถ่ายในแถบซินเจียง และกุ้ยโจว เพราะเมืองเหล่านี้เหมาะกับซีนแฟนตาซีค่อนข้างมาก แล้วนักแสดงสามารถใส่ได้เต็มที่ไม่มีกั๊ก ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะมากที่จะดูได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์

Cr. We TV

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Move to Heaven: ซีรีส์เกาหลี เรียกน้ำตาแห่งปี

Move to Heaven: ซีรีส์เกาหลี เรียกน้ำตาแห่งปี ที่สอนให้คุณรู้จักคุณค่าของชีวิต และความสวยงามของความตาย

ผลงานซีรีส์ Original Netflix เรื่องล่าสุดของเกาหลี ที่ทำมาเพื่อเรียกน้ำตาคนดูตั้งแต่ชื่อเรื่อง พร้อมประเด็นของซีรีส์ที่หยิบเรื่องสัจธรรมอย่างความตายมานำเสนอ ซึ่งแน่นอนว่างานดราม่า ที่พูดถึงความหมายของชีวิตแบบนี้เมื่อเป็นการเล่าเรื่องแบบเกาหลี มันยิ่งทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความน่าดึงดูดเป็นพิเศษกว่าเรื่องอื่น ๆ

Move to Heaven
Move to Heaven

ซีรีส์จะเล่าเรื่องราวของบริษัทเก็บกวาดที่เกิดเหตุที่มีชื่อว่า Move to Heaven โดยหน้าที่ของบริษัทนี้คือการเก็บกวาดสถานที่ที่พึ่งมีคนตาย เพื่อทำการขนย้ายข้าวของ และให้ความเคารพคนตายครั้งสุดท้าย ก่อนจะนำสิ่งของเหล่านั้นไปมอบให้คนที่สมควร

Move to Heaven
Move to Heaven

เหตุการณ์ในเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ ฮันกือรู (ทังจุนซัง) ชายหนุ่มวัย 20 ที่เป็นเด็กออทิสติก ผู้มีความสามารถพิเศษในการจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ต้องสูญเสียพ่อ ผู้เป็นเจ้าของบริษัทไปจากโรคหัวใจ ทำให้ กือรู ต้องรับหน้าที่สืบทอดงานต่อจากพ่อ พร้อมทั้งจู่ ๆ เขาก็ได้กับ โชซังกู (อีจีฮุน) ชายผู้เป็นอาของเขา ที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน

ด้วยความที่ ซังกูเคยติดคุกมา และมีบุคลิกที่ต่างกับพ่อของ กือรู โดยสิ้นเชิง ทั้งสองเลยต้องปรับตัวเข้าหากัน และทำหน้าที่ในการช่วยเหลือการย้ายข้าวของคนตายต่อไป ซึ่งงานนี้ก็ได้ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงชีวิตของ ซังกู โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว

Move to Heaven
Move to Heaven

Move to Heaven เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่มีความเป็นโฆษณาประกันชีวิตสูงมาก ด้วยประเด็นที่พูดเรื่องความตาย ความไม่แน่นอนของชีวิต แต่ละตอนของซีรีส์จะเต็มไปด้วยแง่คิดที่พยายามบอกทุกคนที่ดูว่า ให้ดูแลคนรอบข้างให้ดีที่สุดก่อนที่จะไม่มีโอกาสนั้น ทั้งนี้ก็ต้องขอชื่นชมทีมผู้สร้าง ที่สามารถทำให้คนดูได้เสียน้ำตา หรือได้ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

โดยซีรีส์จะใช้วิธีการเล่าเรื่องที่แบ่งเป็นสองเส้นเรื่องที่ดำเนินไปแบบควบคู่กัน เส้นเรื่องหลักจะพูดถึงความสัมพันธ์ของ กือรู และซังกู รวมถึงคนรอบข้าง ซึ่งเนื้อหาจะโฟกัสไปที่เรื่องราวของอาหลานต่างขั้ว ที่มีทั้งโมเมนต์ดราม่า และคอเมดี้ผสมกันไป

ส่วนเส้นเรื่องลองคือเหล่าลูกค้า ที่มาขอความช่วยเหลือให้ทาง กือรู และซังกูไปเก็บกวาดของให้ ซึ่งแต่ละตอนของซีรีส์ก็จะเล่าชีวิตของคนที่ตายที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามทั้งสองเส้นเรื่องนี้ก็ยังอยู่ภายใต้หัวข้อของคุณค่าของชีวิต และการยอมรับความตายที่นอกจากจะเป็นการสูญเสีย มันก็ยังเป็นการส่งต่อความทรงจำ ความรู้สึกดี ๆ ให้คนรอบข้าง

Move to Heaven
Move to Heaven

อีกหนึ่งเสน่ห์ และสีสันของซีรีส์เรื่องนี้คือการเล่นกับตัวละครกือรู ได้อย่างคุ้มค่า โดยตัวกือรูคือเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ในการจดจำสิ่งต่าง ๆ และเชื่อมโยงกันได้ ทำให้เวลาที่เราดูการย้อนอดีตชีวิตของคนตายจากการรวบรวมสมบัติข้าวของ ทำให้เหมือนเรากำลังดูซีรีส์สืบสวนสนุก ๆ อยู่ก็ว่าได้

ด้านนักแสดงเรียกได้ว่าทุกคนตั้งแต่นักแสดงหลัก จนถึงนักแสดงสมทบ ต่างถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างน่าชื่นชม ทังจุนซัง สามารถแสดงเป็น กือรู ออกมาได้น่าจดจำตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นตัวละครนี้ แถมยังเป็นตัวที่ช่วยแบกซีรีส์เรื่องนี้ไว้ ควบคู่ไปกับ อีจีฮุน ที่เป็นทั้งตัวฮา ตัวช่วยเสริมดราม่า ให้เส้นเรื่องหลักของซีรีส์มีหัวจิตหัวใจมากขึ้น

แต่หากให้ว่าถึงข้อเสียของ Move to Heaven ก็คือความเป็นสูตรสำเร็จของซีรีส์เกาหลีที่ยังพยายามขยี้ดราม่าแบบเดิม ๆ ให้คนดูได้เสียน้ำตาในบางช่วง ใครที่ดูซีรีส์เกาหลีมาโชกโชนน่าจะพอเดาเนื้อเรื่องได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามหากมองโดยภาพรวมจุดด้อยตรงนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือบาดแผลที่เลวร้ายมาก

Move to Heaven
Move to Heaven

โดยรวม Move to Heaven ถือว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีน้ำดีบน Netflix ที่ลงตัวทั้งด้านประเด็นของเนื้อหา บท รูปแบบการนำเสนอ และการแสดง เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วคุณจะได้รับแง่คิดดี ๆ ในการใช้ชีวิต และเห็นความสำคัญของสิ่งของ และคนรอบข้าง พร้อมทั้งยังสอนให้เรามองเห็นว่า แท้ยังแล้วยังความสวยงามของความตาย ที่มีมากกว่าความเศร้า และการสูญเสีย

ตัวอย่าง Move to Heaven

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์

Cr.ภาพ: Netflix Thai

Categories
series

You Are My Hero

You Are My Hero ซีรีส์จีน ความจิ้นนี้อยากให้มีในไทยบ้าง

ถ้าเป็นซีรีส์เรื่องของคนมีสีกับคุณหมอ ก็คงนึกถึง Descendant Of The Sun ที่เป็นเรื่องทหารที่ทำหน้าที่ในต่างประเทศที่แร้นแค้นกับคุณหมอที่ส่งมาจากเกาหลีใต้เพื่อช่วยภารกิจ ซึ่งทำเรตติ้งถล่มทลายมากเลยล่ะ

แต่ในซีรีส์เรื่องนี้ You Are My Hero ฝั่งจีนก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป็นเรื่องของตำรวจที่เป็นหน่วยสวาท (SWAT ของจีน) กับคุณหมอสาวสวยที่พล็อตเรื่องที่ใครๆ มองว่าคล้ายกัน แต่ผู้เขียนมองว่าค่อนข้างต่างกัน เพราะเนื้อเรื่องจะมุ่งไปทางในเมืองตั้งแต่ต้นจนจบมากกว่าที่จะสลับสถานที่เหมือนฝั่งเกาหลีใต้เสียอีก แต่จะว่าไปคู่พระนางเคมีเข้ากันมากเลยทีเดียว

You Are My Hero ความจิ้นนี้อยากให้มีในไทยบ้าง
You Are My Hero

ใครที่ได้ดูจะนึกถึงบท “คุณหมอหมีข่า” กับ “ผู้กองสิง เค่อเล่ย” ที่เป็นตัวชูโรงของซีรีส์เรื่องนี้ จุดที่น่าสนใจและแตกต่างกันจากของ Descendant Of The Sun ตรงที่ พระเอกกับนางเอกแอบชอบกันตั้งแต่ครั้งแรก

แต่ด้วยภารกิจและหน้าที่ของหน่วยสวาท ที่จะต้องปกปิดใบหน้าและชื่อตัวเองเพื่อความปลอดภัย รวมถึงห้ามปฏิสัมพันธ์กับใคร ระหว่างภารกิจนี้ ถ้ามองในชีวิตจริงก็อยากให้ตำรวจเป็นมิตรกับหมอเหมือนในซีรีส์นี้จริงๆ แต่ถ้าไม่ติดเรื่องดราม่าตำรวจเจ้าชู้ กับตำรวจถูกบงการในช่วงสลายม็อบ ชีวิตจริงก็น่าอิจฉามากเลยล่ะ

ตัวผู้กองสิง เค่อเล่ยที่รับบทโดย “ไป่ จิงถิง” ที่สลัดคราบนักร้อง แรปเปอร์มาเป็นตำรวจสุดเท่เป็นกัปตันหน่วยคอมมานโดที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย ส่วนคุณหมอหมีข่า รับบทโดย “หม่า ซื่อชุน” เป็นคุณหมอแสนสวยที่กลัวความสูง

You Are My Hero ความจิ้นนี้อยากให้มีในไทยบ้าง

ในซีรีส์เรื่อง You Are My Hero เผยให้เห็นว่า ฉากหนึ่งเธอถูกจับเป็นตัวประกันโดยอาชญากรในการปล้นธนาคาร และได้รับการช่วยเหลือโดยบังเอิญจากกัปตัน SWAT ที่มีชื่อว่า “สิง เค่อเล่ย” ทั้งสองแอบชอบกันและประทับใจตำรวจหน่วย SWAT อย่างมากตั้งแต่นั้นมา ซึ่งทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย จนกระทั่งสองปีต่อมา เขาและเธอได้พบกันอีกครั้งในการฝึกกู้ภัยฉุกเฉินซึ่งจัดโดยทีมตำรวจพิเศษร่วมกับของโรงพยาบาล

ในระหว่างการปฏิบัติการกู้ภัยหลายครั้ง เธอค่อยๆ ได้รับความสนใจจากความอบอุ่นและความแข็งแกร่งของคุณตำรวจคนนี้เข้า จนเธอตกหลุมรักเขาในที่สุด

You Are My Hero ความจิ้นนี้อยากให้มีในไทยบ้าง
You Are My Hero

กระแสซีรีส์ You Are My Hero คุณคือป้อมปราการของฉัน ยังคงเป็นซีรีส์ที่ครองใจผู้ชมคนไทยมากที่สุด รวมถึงผู้ชมจากประเทศอื่นๆ ในโซนเอเชียและอาเซียนอีกด้วย เนื้อเรื่องที่ใครๆ อยากให้มีในชีวิตจริง และหวังว่าจะได้มีคนหล่อๆ สักคนออกมาจากในซีรีส์เพื่อมาคู่กันในชีวิตจริงอย่างที่ใจหวัง ผู้เขียนก็ชอบการถ่ายทอดบทบาทรวมถึงการแสดงทั้งตัวหลักและตัวรองสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว และการทำการบ้านทำได้ดีกว่าที่คาดค่อนข้างมากเลยล่ะ

You Are My Hero

Cr. Croton MEGA HIT

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์

Categories
series

Snow Queen ซีรีส์พีเรียด

series-nime.com มารีวิว Snow Queen ซีรีส์พีเรียดว่าด้วยเรื่องของหน้าที่กับหัวใจ

ถ้ามีซีรีส์จีนแนวประวัติศาสตร์กับจารชนเข้ามาผสมผสานกัน ผู้เขียนยกนิ้วให้กับเรื่อง “The Snow Queen” หรือ “ราชินีหิมะ” เรื่องราวจะออกแนวบางระจันในไทยผสมกับหนึ่งด้าวฟ้าเดียวเข้ามาด้วย จึงค่อนข้างแหวกแนวในเรื่องของประวัติศาสตร์จีนมากพอสมควร แต่เรื่องราวนี้ขอสปอยล่วงหน้าเลยว่า…มันเศร้ามาก แต่มันเศร้าแบบ Make Sense อยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร ผู้เขียนจะขอรีวิวซีรีส์เรื่องนี้จากการดูผ่านบทความนี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งได้ดูแล้วต้องบอกว่ากินใจคนดูมากพอสมควร เพราะซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศมานานถึง 50 ตอนแล้วในปี 2018 ของสถานีเจียงซูด้วยนะ

the snow queen ราชินีหิมะ ซีรีส์ประวัติศาสตร์
The Snow Queen ราชินีหิมะ ซีรีส์จีน แนวประวัติศาสตร์

เรื่องราวของ The Snow Queen จะมุ่งไปในทางกรณีมุกเดน ที่มีข้อพิพาทระหว่างฝั่งกองทัพจีนกับกองทัพแมนจู (กองทัพราชวงศ์ชิงในยุคนั้น) หรือช่วงนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น แล้วแมนจูเป็นรัฐหุ่นเชิด จึงทำให้ “กู้ เจ้าหลง” เป็นจารชนไปแฝงตัวในกลุ่มพวกแมนจู ซึ่งเป็นคนรักของ “กู้ เสวี่ยอิง” นางเอกของเรื่องที่เป็นลูกบุญธรรมของสกุลกู้ ที่เป็นคนที่รักใคร่ชอบพอกับพระเอกมานาน

แต่ก็มีแอบรักอีกคนอยู่บ้างเนื่องจากเพื่อแผนการโจมตีพวกแมนจู เนื้อเรื่องแม้จะมีบางซีนที่บีบอารมณ์สุดๆ ระหว่างพระเอกกับนางเอก ที่ต่างคนต่างอยู่คนละฝั่ง เหมือนเส้นขนาน บวกกับเท่าที่ผู้เขียนดูมันให้น้ำหนักทางแนวปฏิวัติ ต่อต้านสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น แถมมีบางมุมที่เสียดสี กับความเชื่อความนิยมของคนจีน คนแมนจู และคนญี่ปุ่นในยุคนั้นได้แบบแสบคันพอสมควร

the snow queen ราชินีหิมะ ซีรีส์ประวัติศาสตร์
The Snow Queen ราชินีหิมะ ซีรีส์จีน แนวประวัติศาสตร์

นางเอกของเรื่องสวยน่ารักมาก ที่รับบท “กู้ เสวี่ยอิง” โดย “เร่ออีจา” หรือ “Rayzha Alimjan” เป็นดาราจีนเชื้อสายคาซัก มีความน่ารักสดใสแต่แข็งกร้าวในขณะเดียวกันได้ลงตัว ส่วนพระเอกที่รับบทเป็น “กู้ เจ้าหลง” รับบทโดย “กัว ผิ่นเชา” พระเอกหนุ่มชาวไต้หวันที่รับบทเรื่องนี้ แล้วมีดาราหลายคนร่วมแสดงอย่างคับคั่ง แล้วในเรื่องก็มี “ต้าตง Fahrenheit” หรือ “หวัง ตงเฉิง” ร่วมเล่นด้วยในฝั่งนางเอก (ต้าตงเป็นเพื่อนกัว ผิ่นเชาในชีวิตจริงด้วยแหล่ะ และสนิทสนมไม่แพ้ปีเตอร์ โฮ ด้วย)

ตอนจบที่ผู้เขียนมองว่า…ควรเป็นเช่นนั้นเพราะมันไม่ได้แบบ Happy Ending อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ภาพที่ติดตาผู้เขียนที่สุดก็คงไม่พ้นคนจีนฆ่ากันเอง เนื่องจากต่างเป็นเหยื่อทางการเมืองนี่แหล่ะ สิ่งเหล่านั้นเลยหล่อหลอมให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด จนต้องกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวในที่สุด

the snow queen ราชินีหิมะ ซีรีส์ประวัติศาสตร์
The Snow Queen ราชินีหิมะ ซีรีส์จีน แนวประวัติศาสตร์

เมื่อความลับรั่ว และคนที่เป็นเหมือนหนอนบ่อนไส้ (พระเอกของเรื่องก็เช่นกัน) ที่ใครเป็นหนอนบ่อนไส้ต้องถูกกำจัด อีกซีนที่น่าจดจำคงไม่พ้นตอนจบตรงที่นางเอกต้องกลับทางเหนือไปอย่างเดียวดาย ไม่มีพระเอกอยู่เคียงข้างอีกแล้ว จึงทำให้เข้าใจทันทีว่าสงครามทำให้หลายชีวิตต้องพลัดพรากเสมอ

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com

Categories
series

Ever Night (สยบฟ้าพิชิตปฐพี)ทั้ง 2 ภาค

ซีรีส์จีนแฟนตาซีที่ไม่ควรพลาดสำหรับเรื่อง Ever Night หรือชื่อไทยชื่อว่า “สยบฟ้าพิชิตปฐพี”

คอซีรีส์จีนแฟนตาซีไม่ควรพลาดสำหรับเรื่อง Ever Night หรือชื่อไทยชื่อว่า “สยบฟ้าพิชิตปฐพี” ที่ทำมาสองภาคแล้ว เป็นเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกอลังการงานสร้างสูสีกับดาบมังกรหยกอย่างมาก ซึ่งได้นำนิยายออนไลน์ที่มียอดผู้ติดตามมาสร้างเป็นซีรีส์ แล้วผลตอบรับกลับมารู้สึกว่ายอดเยี่ยมมากทั้งสองภาคเลยล่ะ

Ever Night สยบฟ้าพิชิตปฐพี

แต่มันก็มีความดูแล้วไปสุดบ้างไม่สุดบ้างในทั้งสองภาคของ Ever Night เลยทีเดียว เนื้อเรื่องจะเป็นตัวพระเอกที่ครอบครัวถูกฆ่า แล้วมีชีวิตรอดคนเดียว เป้าหมายในชีวิตของตนที่มีคือการแก้แค้นคนที่ทำให้ครอบครัวต้องตาย ส่วนเรื่องความสวยหล่อ ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าครบสูตรที่ทำมาสองภาคแล้ว เป็นเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกอลังการงานสร้างสูสีกับดาบมังกรหยกอย่างมาก

ซึ่งได้นำนิยายออนไลน์ที่มียอดผู้ติดตามมาสร้างเป็นซีรีส์ แล้วผลตอบรับกลับมารู้สึกว่ายอดเยี่ยมมากทั้งสองภาคเลยล่ะ แต่มันก็มีความดูแล้วไปสุดบ้างไม่สุดบ้างในทั้งสองภาคของ Ever Night เลยทีเดียว

เนื้อเรื่องจะเป็นตัวพระเอกที่ครอบครัวถูกฆ่า แล้วมีชีวิตรอดคนเดียว เป้าหมายในชีวิตของตนที่มีคือการแก้แค้นคนที่ทำให้ครอบครัวต้องตาย ส่วนเรื่องความสวยหล่อ ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าครบสูตร

Ever Night สยบฟ้าพิชิตปฐพี

น้ำหนักของเรื่องนี้ออกไปทางแฟนตาซีสูงมาก แถมสนุกมากด้วยเช่นกัน เรื่องในซีรีส์นี้มีจุดเริ่มต้นของเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง เมื่อครอบครัวหนึ่งถูกสังหารอย่างไม่ยุติธรรมโดยนายพลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง (เรียกว่าร้ายกาจเอาเรื่อง) มีเพียงเด็กหนุ่มชื่อหนิงเชวี่ย (พระเอกของเรื่อง) เท่านั้นที่รอด

อยู่มาวันหนึ่งเขาช่วยชีวิตเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งชื่อว่า ซังซัง เพื่อให้เธอรอดพ้นจากความตาย ตั้งแต่วันนั้นทั้งสองคนก็แยกจากกันไม่ได้เหมือนปาท่องโก๋ แต่จะว่าไปซังซังน่ารักอย่างนี้กินเหล้าเก่งมาก แต่ไม่เมา (ถ้าชีวิตคนจริงๆ นี่ซ่าแค่ไหนก็จอด) มีสิ่งที่น่าสังเกตระหว่างตัวพระเอกทั้งสองภาคจะมีความต่างกันทั้งที่เป็น “หนิงเชวี่ย” ทั้งคู่

Ever Night สยบฟ้าพิชิตปฐพี

โดยภาคแรกเป็นของ “เฉิน เฟยยวี่” ภาคสองเป็นของ “หวัง เฮ่อตี้” จุดแตกต่างมันชัดตรงที่การถ่ายทอดของตัวละครนี่แหล่ะ ตัวภาคแรกจะให้แววตาที่มีความอาฆาตมาดร้ายมากกว่าภาคสอง เพราะในเรื่องจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นที่เสียครอบครัวไป

แต่ภาคสองจะให้ความขบถมากกว่าภาคแรก จะออกไปทางกวนๆ แต่ฉากหวานๆ เยอะมาก และออกไปทางกุ๊กกิ๊กสมัยปัจจุบันเสียอีก ส่วนนางเอกทั้งสองภาคสวยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น “ซ่ง อี้เหริน” นางเอกผู้หน้าเด็กตลอดกาลกับ “หยาง เชาเยว่” แห่งวง Rocket Girl 101 อันนี้ยอมรับเลยทีเดียวว่าสวยมาก แต่ไม่น่าเปลี่ยนตัวละครบ่อยเลย แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเหตุผลที่ทีมงานมองว่าสมควรแล้วล่ะ แล้วพระเอกภาคแรกเรียนต่อด้วย

Ever Night สยบฟ้าพิชิตปฐพี

ส่วนคนที่ไม่ต้องเด่นแต่ Air Time เยอะที่สุดคงไม่พ้นศิษย์พี่รอง “เฉิง จุนโม่” ที่รับบทโดย “กัว ผิ่นเชา” พระเอกฝั่งไต้หวันที่มาในมาดดุดัน แต่มีความพ่อพระในที ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 ศิษย์แห่งสำนักที่อยู่ในกลุ่ม “ผู้รู้ชะตา” ซึ่งเป็นขั้นสูงมากในเรื่อง แหม…ซีนคุณเด่นทุกซีนจริงๆ การถ่ายทำจะถ่ายในแถบซินเจียง และกุ้ยโจว เพราะเมืองเหล่านี้เหมาะกับซีนแฟนตาซีค่อนข้างมาก แล้วนักแสดงสามารถใส่ได้เต็มที่ไม่มีกั๊ก ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะมากที่จะดูได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ

Cr. We TV Thailand

ติดตามอัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์