Categories
series

รีวิวซีรีส์ Death’s Game

รีวิวซีรีส์ Death’s Game ซีรีส์เกาหลีที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ทั้งงานโปรดักชัน บท และการแสดง ซีรีส์เล่นประเด็นความตายได้อย่างแยบยลคมคาย พาร์ทระทึกขวัญเล่าได้ชวนลุ้น พาร์ทดราม่าทรงพลังชวนเรียกน้ำตาสุดๆ

รีวิวซีรีส์ Death’s Game ผลงานซีรีส์ฟอร์มยักษ์สัญชาติเกาหลีโดยสตรีม Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนชื่อเดียวกัน โดยตัวซีรีส์กำกับโดย ฮาบยองฮุน (18 Again) พร้อมได้ทีมนักแสดงแนวหน้าจากเกาหลีมาร่วมแสดง ไม่ว่าจะเป็น พัคโซดัม (Parasite), ซออินกุก (Project Woft Hunting), อีโดฮยอน (ซีรีส์ Sweet Home) และ โอจองแช (ซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay)

รีวิวซีรีส์ Death's Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

เรื่องราวของ Death’s Game จะว่าด้วย ชเวอีแจ (ซออินกุก) ชายหนุ่มที่พยายามสร้างความมั่นคงในชีวิตด้วยการหางานที่มั่นคง และบริษัทแนวหน้า แต่ทว่าเขากลับไม่ผ่านการสัมภาษณ์ จนกลายเป็นคนตกงาน ด้วยความสิ้นหวังในชีวิต อีแจได้ตัดสินใจปลิดชีวิตตนเอง ในโลกหลังความตายนั้นเอง อีแจได้พบกับ ‘ความตาย’ (พัคโซดัม) ที่ได้ทำหน้าที่ลงโทษเขาโดยการให้เล่นเกม โดยกติกาคือ อีแจ จะได้รับโอกาสกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่เขาจะได้เข้าไปอยู่ในร่างของคนที่กำลังจะถึงฆาต ซึ่งเขามีโอกาสทั้งหมด 12 ครั้ง หากเขาสามารถทำให้ร่างใดร่างหนึ่งรอดจากชะตากรรมที่จะมาถึงได้เขาก็จะได้ใช้ร่างนั้นจนกว่าจะถึงวันตายของคนๆ นั้น

รีวิวซีรีส์ Death's Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

แม้จะเป็นซีรีส์เกาหลีที่มีความยาวเพียง 8 ตอน ที่ถือว่าค่อนข้างสั้น แต่ Death’s Game เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่เล่าเนื้อหาได้กระชับ ครบรส และอัดแน่นคุณภาพมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ตัวซีรีส์มีทั้งความเป็นแฟนตาซี ดราม่า แอ็คชัน ระทึกขวัญ ไปจนถึงสืบสวน ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ผ่านการนำเสนอที่มีชั้นเชิง

ความสนุกของซีรีส์คือการนำเสนอเรื่องราวของ 12 ร่างที่ตัวละครอีแจ ต้องเข้าไปสิง ซึ่งแต่ละตัวละครนั้นจะมีปูมหลังที่ต่างกันไป มีตั้งแต่เด็กมัธยม, มหาเศรษฐี, ตำรวจ ไปจนถึงฆาตกรต่อเนื่อง ทำให้ในแต่ละตัวละครผู้ชมจะได้รับความบันเทิงในบริบทที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ซีรีส์ยังได้วางจุดเชื่อมโยงของตัวละครแต่ละตัว ให้เชื่อมโยงกันได้อย่างฉลาดแยบยล 

รีวิวซีรีส์Death Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

บทของซีรีส์ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อคิดเรื่องความตายที่ทุกคนต้องเผชิญ รวมถึงบาดแผลจากความความคิดสั้น ที่นำพามาสู่ความทุกข์ทรมานในรูปแบบต่างๆ ที่ตัวซีรีส์ได้สอดแทรกผ่านเรื่องราวของแต่ละตัวละคร ที่ซีรีส์ถ่ายทอดได้อย่างยอดเยี่ยม รวมทั้งการเล่าพาร์ทระทึกขวัญ สืบสวน ที่กลายมาเป็นจุดเซอร์ไพรส์ของเรื่อง เพราะซีรีส์ได้ให้ตัวละคร อีแจ มีไหวพริบที่ฉลาด เต็มไปด้วยวิธีการเอาชีวิตรอดที่มีชั้นเชิง แบบที่คนดูคาดไม่ถึง

รีวิวซีรีส์Death Game ใน Prime Video ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน

ด้านงานโปรดักชันของซีรีส์ Death’s Game ก็ถือได้ว่าโดดเด่นมากๆ ซีรีส์มีฉากแอ็คชัน ที่ใช้ CGI ได้เทียบเท่ากับหนังฮอลีวูด ทั้งฉากขับรถไล่ล่ากลางเมือง ที่ทำได้สนุกตื่นเต้น ชวนตื่นตาตื่นใจ หรือฉากการสร้างสรรค์นรก ที่มีความยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัว รวมทั้งการสร้างสรรค์ฉากโหดเลือดสาด ที่ซีรีส์เรื่องนี้ก็ใส่เต็มถูกใจคนที่ชอบหนังโหดๆ ไม่น้อย

โดยรวม Death’s Game คือซีรีส์เกาหลีน้ำดีประเดิมปี 2024 อีกเรื่อง ที่มาพร้อมการเล่าเรื่องที่อัดแน่นทั้งความบันเทิงแบบครบรส และแง่คิดดีๆ ภายในความยาวเพียง 8 ตอน เป็นอีกซีรีส์ที่ดูแล้วคุณจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ และอาจเสียน้ำตาในตอนท้ายก็เป็นได้

สามารถรับชมซีรีส์ Death’s Game ได้แล้ววันนี้ที่ Prime Video

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/0DqUfJeknJw

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ Mouse

Mouse ซีรีส์สืบสวน ระทึกขวัญ ที่เต็มไปด้วยลีลาการเล่าเรื่อง และการสับขาหลอกที่ชวนเหวอตั้งแต่ต้นจนจบ

Mouse เป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีที่เป็นกระแสในไทยพอสมควรในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา โดยซีรีส์เรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญ ที่หยิบประเด็นยอดนิยมของหนังหรือซีรีส์แนวนี้มาเล่าอย่างเรื่องของฆาตกรต่อเนื่อง โดยความโดดเด่นของ Mouse คือกระแสปากต่อปากในเรื่องของความโหด ดิบ และความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ที่เหนือชั้นกว่าคนดูจะสามารถคาดเดาได้

โดยซีรีส์จะพูดถึงเรื่องราวของประเทศเกาหลีใต้ ที่ทางรัฐบาล และนักวิทยาศาสตร์ด้านจิตวิเคราะห์ ได้วางแผนออกนโยบายให้มีการตรวจ DNA ของทารก ว่ามียีนของฆาตกร หรือเป็นนักล่าหรือไม่ หากทารกคนนั้นมียีนดังกล่าวก็จะทำการทำแท้งเด็กคนนั้น เพื่อยับยั้งการที่เด็กคนนั้นอาจเติบโตมาและเป็นฆาตกรต่อเนื่องในอนาคต ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็ได้เกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญของ ‘นักล่าหัว’ ฆาตกรต่อเนื่องผู้มักจะตัดหัวของเหยื่อออกอาละวาด จนเมื่อฆาตกรผู้นี้ได้ทำการฆ่าเหยื่อรายใหม่เป็นครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่ง โดยเขาได้ฆ่า พ่อ แม่ และทำร้ายพี่ชายจนบาดเจ็บสาหัส โกมูซี ลูกชายคนเล็กของครอบครัวดังกล่าวเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้ และสามารถช่วยให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาได้ในที่สุด

แต่ทว่าเมื่อ โกมูซี เติบโตมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องการที่จะหาทางเข้าไปล้างแค้น ‘นักล่าหัว’ แทนครอบครัวให้ได้ ในตอนนั้นเองก็ได้มีคดีฆาตกรรมต่อเนื่องครั้งใหม่ ที่เหยื่อทุกรายจะถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และมีนัยยะที่้เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ โกมูซี ต้องร่วมมือกับ จองบารึม เจ้าหน้าที่ตำรวจหน้าใหม่ไฟแรง เพื่อหาตัวคนร้ายของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ให้ได้ โดยพวกเขาหารู้ไม่ว่าปริศนาในครั้งนี้ได้มีความลับที่เกี่ยวข้องกับอดีตอันเลวร้ายของทั้งสองซ่อนอยู่

ความน่าสนใจของ Mouse อย่างแรกคือการที่ซีรีส์มีการถ่ายทอดที่อ้างอิงงานสืบสวนสอบสวนอันโด่งดังมาเป็นแรงบันดาลใจหลายเรื่อง ตลอดทั้งเรื่องผู้ชมจะได้เห็นกลิ่นอาย หรืออีสเตอร์เอ้ก จากเหล่าหนังสืบสวนที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น คาแรคเตอร์ของ ‘นักล่าหัว’ ที่อิงมาจาก ฮานนิบาล เล็กเตอร์ จาก The Silence of the Lambs, ดนตรีประกอบสุดระทึกจาก Phycho, วิธีการฆ่าที่แฝงนัยยะคล้ายกับใน Se7en หรือการสร้างตัวตนสองบุคลิกแบบ เด็กซ์เตอร์ มอร์แกน จากซีรีส์ Dexter ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถูกผสมผสานไว้ในการเล่าเรื่อง การสร้างสรรค์ตัวละครในเรื่องนี้เอาไว้ได้อย่างลงตัว

ความสนุกของซีรีส์ในช่วงแรกจะมาในโทนแบบหนังไล่ล่าระทึกขวัญที่คุ้นเคย แต่ด้วยความที่ซีรีส์ได้เล่นอารมณ์กับคนดูตั้งแต่ตอนแรก ที่ดูแล้วชวนบีบอารมณ์ ก่อนที่หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ไล่ระดับความสนุกเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เราจะได้สนุกเพลิดเพลินกับการเอาใจช่วยตัวละครในการไล่ล่าตัวคนร้าย ด้วยการเล่าเรื่องที่กระชับ รวดเร็ว พร้อมทั้งยังมีซีนสะเทือนใจ ซีนลุ้นระทึกใส่มาแบบแทบจะทุกตอน ทำให้ใครที่เมื่อได้เปิดดูตอนแรกของ Mouse แล้ว ก็ยากที่จะไม่กดดูตอนต่อไปในทันที

แต่สิ่งที่พิเศษของ Mouse กลับไม่ใช่แค่การสืบสวน การไล่ล่าคนร้ายเท่านั้น แต่ซีรีส์ยังซ่อนไม้เด็ดในช่วงหลังจากตอนที่ 7 เป็นต้นไป ที่ซีรีส์ได้มีการสับขาหลอกคนดูครั้งสำคัญ ที่ทำให้หลังจากนั้นการเล่าเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ซีรีส์ค่อย ๆ หลอกล่อคนดูไปทีละนิดละน้อย ก่อนที่จะสับขาหลอกอีกครั้งต่อไปเรื่อย ๆ จนคนดูไม่สามารถคาดเดาเนื้อหาใด ๆ ได้ นอกจากนี้การหักมุมแต่ละครั้งของเรื่องก็คือการเฉลยปมต่าง ๆ ในตอนก่อนหน้า ซึ่งทุกอย่างซีรีส์ได้ปูเรื่องเอาไว้เพื่อเตรียมหลอกล่อคนดูได้อย่างชาญฉลาด

อีกหนึ่งส่วนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือการแสดงของ อีซึงกิ จากซีรีส์ Vagabond ที่ในเรื่องนี้ใครที่อยากเห็นเขาโชว์ลีลาบู๊ ก็จะได้เห็นเช่นเดิม แต่จะเป็นลีลาบู๊ที่มีความหนักแน่น สมจริงกว่าอีกเรื่อง ที่สำคัญในเรื่องนี้เขาต้องรับบทเป็นชายสองบุคลิก ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มันทำให้ตัวละคร จองบารึม ของเขาในเรื่องนี้ดูมีมิติ มีความลึกลับ น่าค้นหา ซึ่งตัว อีซึงกิเองก็ถ่ายทอดความแตกต่างทางอารมณ์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นตัวละครที่หลายคนน่าจะทั้งชื่นชอบ และหวาดกลัวได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตามแม้ว่า Mouse จะเป็นซีรีส์ที่เต็มไปด้วยการเล่าเรื่องที่สับขาหลอก และลูกเล่นที่ชวนติดตาม แต่ตัวซีรีส์ก็ยังค่อนข้างมีปัญหาที่ยากจะมองข้าม อย่างแรกคือการที่ซีรีส์มีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วเกินไป ทุกวินาทีในแต่ละตอนแทบจะไม่มีจังหวะให้ตัวละคร หรือคนดูได้หยุดพัก โดยเฉพาะในตอนท้าย ๆ ที่ซีรีส์ค่อนข้างยัดเยียดทุกสิ่งทุกอย่างมาใส่ในรวดเดียว ทำให้นอกจากความสนุกตื่นเต้นแล้ว คนดูอาจต้องทำใจให้พร้อมที่จะเหนื่อยไปกับการเล่าเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้
อีกส่วนหนึ่งที่เป็นข้อด้อยของ Mouse คือความไม่สมเหตุสมผลบางอย่างของเรื่องราว ด้วยความที่ซีรีส์พยายามขายความหักมุมในช่วงท้ายจนเกินไป ทำให้ในบางประเด็น บางการกระทำของตัวละครออกมาดูขาดน้ำหนักเท่าที่ควร นอกจากนี้ซีรีส์ยังใช้จังหวะการเล่าเรื่องที่เล่นกับความบังเอิญของเหตุการณ์เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นถี่จนเกินไป จนทำให้บางช่วงความสนุกของซีรีส์เรื่องนี้ดูประดิษฐ์ และดูพยายามเกินไป จนเสน่ห์ที่หนังสืบสวนควรมีหายไปอย่างน่าเสียดาย

ตัวอย่าง

โดยรวม Mouse ถือว่าเป็นซีรีส์สืบสวน ระทึกขวัญ อีกเรื่องจากเกาหลีที่ถือว่าเป็นสีสันใหม่ของวงการหนังหรือซีรีส์แนวนี้ ด้วยลูกเล่นของการนำเสนอที่แพรวพราว และการให้ความเคารพต่อหนังสืบสวนในอดีต ซีรีส์เรื่องนี้เลยไม่ต่างจาก “จดหมายรักที่มีต่อหนังสืบสวน ระทึกขวัญ” แม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเทียบเท่ากับงานชั้นครูเหล่านั้น แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นซีรีส์ที่เข้มข้น ชวนติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่ชอบหนังที่ชวนให้ขบคิดตาม มีเนื้อหาที่หักมุม ไม่สามารถเดาทิศทางได้ นี่คืออีกเรื่องที่ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง

#รีวิวซีรีส์ #Mouse #สืบสวน #ระทึกขวัญ #ซับซ้อนซ่อนเงื่อน #ซีรีส์เกาหลี #ฮิตติดกระแส #series #anime #ข่าวอัพเดต

Cr.ภาพ: Hancinema