Categories
series

รีวิวซีรีส์ Echo

รีวิวซีรีส์ Echo ซีรีส์สายดาร์คจาก Marvel ที่ยังออกมาได้ไม่ถึงเท่าที่ควร ซีรีส์พยายามใส่ประเด็นมากมายลงไปในเรื่องราว 5 ตอน จนซีรีส์ไปไม่สุดสักทาง งานโปรดักชันทำได้ดี มีการออกแบบฉากบู๊ที่สวยงาม ดูเพลินสุดๆ 

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นงานเปิดตัวค่าย Marvel Spotlight ซึ่งถือว่าเป็นคอนเทนต์ที่ว่าด้วยกลุ่มฮีโร่ติดดินของจักรวาล MCU ที่ในอนาคตอาจประกอบไปด้วย Daredevil, Punisher เป็นต้น ในส่วนเรื่อง Echo นี้ก็เป็นการต่อยอดมาจากเหตุการณ์ในซีรีส์ Hawkeye ซึ่งได้ อลาคัว ค็อกซ์​ กลับมารับบท มายา โลเปซ และ วินเซนต์ ดิโอโนฟริโอ กลับมารับบท คิงพิน อีกครั้ง

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

ซีรีส์​ Echo จะเล่าเรื่องราวหลังจากที่ มายา (อลาคัว ค็อกซ์) ได้รู้ความจริงว่า คิงพิน (วินเซนต์ ดิโอโนฟริโอ) นั้น คือคนที่ฆ่าพ่อของเธอ และหลอกใช้เธอมาโดยตลอด ทำให้เธอได้ยิงปืนใส่ที่ตาของเขา ส่วนเธอนั้นได้กลับมายังบ้านเกิดที่โอกลาโฮมา แต่ทว่าทุกอย่างก็ไม่เป็นดังหวัง เพราะคิงพินนั้นยังไม่ตาย และยังได้กลับมาตามล่าเธอ ทางเดียวที่ มายา จะรอดจากชะตากรรมครั้งนี้คือการกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

ตัวซีรีส์มาพร้อมการความยาวเพียง 5 ตอน ซึ่งถือว่าเป็นซีรีส์ขนาดสั้นที่สุดของ Marvel ก็ว่าได้ โดยในซีรีส์นั้นจะเน้นขายเรื่องราวของโลกอาชญากรรม ที่เป็นการต่อยอดมาจากซีรีส์ Daredevil ของ Netflix มีการใช้นักแสดงนำชุดเก่ากลับมาในบทเดิมอีกครั้ง พร้อมโทนเรื่องที่ดาร์คกว่าเดิม มีความรุนแรงมากกว่าหนังหรือซีรีส์ MCU ภาคหลัก

จุดเด่นของซีรีส์คือฉากแอ็คชัน ที่เรื่องนี้เน้นการต่อสู้แบบมือเปล่า มีการผสมผสานศิลปะการต่อสู้หลากหลายแนวเข้าไว้ ทำให้ฉากบู๊ของเรื่องทำออกมาได้สนุก มีความสวยงาม พร้อมด้วยมุมกล้องที่เท่ ชวนให้ดูเพลินสุดๆ และด้วยงานโปรดักชันของ Marvel ที่ช่วยเพิ่มความเล่นใหญ่ อลังการให้ซีรีส์เรื่องนี้มีสีสันมากขึ้นไปอีก

รีวิวซีรีส์Echoผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

น่าเสียดายที่นอกจากด้านงานโปรดักชันและฉากบู๊แล้ว Echo แทบจะสอบตกในหลายๆ ทาง ซีรีส์พยายามใส่หลากประเด็นเข้ามาในเรื่อง ทั้งความสัมพันธ์ของมายาและคิงพิง รวมถึงปูมหลังเธอและครอบครัว นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่มาของชนเผ่าของเธอ ที่นำมาสู่พลังพิเศษ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ซีรีส์ไม่สามารถนำเสนอใน 5 ตอนให้ออกมาเคลียร์ได้ ทุกพาร์ทถูกเล่าออกมาได้อย่างครึ่งๆ กลางๆ ไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูได้เท่าที่ควร 

รีวิวซีรีส์ Echo ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก MCU

จุดที่เสียดายที่สุดคือบทของ คิงพิน ที่แม้ว่าตัว วินเซนต์ ดิโอโนฟริโอ จะพยายามทำให้บทนี้ยังคงความน่ากลัว น่าเกรงขามแบบที่เคยทำในซีรีส์ Daredevil แต่ด้วยบทที่ไปไม่สุด ทำให้ คิงพินในเรื่องนี้ขาดเสน่ห์แบบเดิมๆ ที่เคยมี และกลายเป็นเพียงตัวร้ายในหนังอาชญากรรมสูตรสำเร็จ ที่ไม่ได้มีอะไรให้น่าจดจำแต่อย่างใด

Echo เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ประเดิมจาก Marvel Spotligt ที่ยังทำได้ไม่สุดเท่าที่ควร ทั้งด้านบท หรือความพยายามเป็นซีรีส์อาชญากรรมสายดาร์กก็ตาม แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นงานที่ดูสนุก เพลินๆ โดยเฉพาะใครที่มองหาซีรีส์แอ็คชันมันส์ๆ น่าจะถูกใจไม่น้อย

สามารถรับชมซีรีส์ Echo ได้แล้ววันนี้ที่ Disney+ Hotstar

Cr.ภาพ: IMDB
ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/jdJTot-idOs

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง 

Categories
series

รีวิวซีรีส์ What If…?

What If…? ซีรีส์สุดทะเยอทะยานเรื่องล่าสุดของ Marvel ที่จะพาทุกคนไปสำรวจอีกด้านของ MCU

ตัวงานภาพทำออกมาได้สวยงามตระการตา และเซอร์ไพรส์ที่จัดหนักจัดเต็มในทุกตอน

อีกหนึ่งผลงานซีรีส์จาก Marvel Studios ที่เป็น Original Series ของ Disney+ ที่เรียกได้ว่ามาพร้อมลีลาการนำเสนอที่แปลก แหวกแนวกว่าที่ผ่าน ๆ มา ด้วยการเป็นซีรีส์เรื่องแรกของจักรวาล MCU ที่นำเสนอในรูปแบบของอนิเมชั่น พร้อมทั้งมีเนื้อหาที่จบในตอน กับเรื่องราวที่ว่าด้วยมิติคู่ขนาน กับการตั้งคำถามว่า “จะเป็นอย่างไร? ถ้าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ จนนำมาสู่จุดจบที่แตกต่างจากเดิม”

What..if
What..if

ตัวซีรีส์จะใช้ตัวละคร เดอะ วอต์ชเชอร์ (พากย์เสียงโดย เจฟฟรี่ย์ ไรท์) เป็นผู้ทำหน้าที่เล่าเรื่อง ในฐานะเทพเจ้าผู้คอยเผ้ามองดูเหตุการณ์ของแต่ละมิติเวลา แต่จะไม่เข้าไปสอดแทรกเหตุการณ์ใด ๆ ซึ่งในแต่ละจักรวาล ก็จะเป็นการพูดถึงโลก MCU ในรูปแบบที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น จักรวาลที่เหล่าอเวนเจอร์ ถูกลอบสังหารก่อนที่จะได้รวมทีม, จักรวาลที่ทีมอเวนเจอร์ กลายเป็นซอมบี้, จักรวาลที่ด็อกเตอร์สเตรนจ์ เข้าสู่ด้านมืด และจักรวาลที่อัลตรอน สามารถครอบงำวิชั่นได้สำเร็จจนกลายเป็นวายร้ายที่ทรงพลังที่สุด เป็นต้น ซึ่งในแต่ละเหตุการณ์จากซีรีส์นี้ ก็จะเป็นส่วนเชื่อมโยงไปสู่เรื่องราวของ MCU Phase 4 ด้วยเช่นกัน

What..if
What..if

ความโดดเด่นของ What If…? คือการพาคนดูไปสำรวจในโลกของ MCU ในมุมที่เวอร์ชั่นหนัง หรือซีรีส์คนแสดง ไม่เคยเล่า ด้วยความที่ซีรีส์ใช้วิธีนำเสนอผ่านภาพอนิเมชั่น ที่สามารถสร้างสรรค์จินตนาการ ความเวอร์วัง อลังการ ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ตัวซีรีส์มีบางตอนที่มาพร้อมเนื้อหาที่ดาร์ค มืดหม่นแบบที่ไม่คาดคิดว่า Marvel จะกล้าเล่นกับเนื้อหาแบบนี้ รวมถึงการกล้าที่จะฆ่าตัวละครสำคัญจากจักรวาลหลักแบบไร้ปราณี

What..if
What..if

ในส่วนของการเล่นกับคำว่า What If…? ซีรีส์ก็มีการใช้จุดขายนี้ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ในแต่ละตอนมีการนำเสนอเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนของ MCU ในรูปแบบต่าง ๆ ออกมาได้อย่างชวนติดตาม โดยเฉพาะการเพิ่มมิติให้กับตัวละครรองจากหนังในจักรวาลหลัก ให้มีบทบาทที่โดดเด่น มีมิติมากขึ้น รวมถึงได้เห็นบริบบทของตัวละครบางตัวที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นหนังที่เราจดจำโดยสิ้นเชิง

ในด้านงานภาพของ What If…? เรียกได้ว่าทำออกมาได้อย่างสวยงาม ตระการตามาก ตัวอนิเมชั่นมีการเคลื่อนที่ที่พลิ้วไหว เป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งยังมีการออกแบบหน้าตาตัวละครที่อิงจากเวอร์ชั่นหนัง ทำให้การดูซีรีส์เรื่องนี้แม้จะเป็นอนิเมชั่น แต่ก็ยังให้อรรถรสว่าคนดูกำลังรับชมเรื่องราวจักรวาลเดียวกันกับหนัง MCU

What..if
What..if

และแน่นอนว่าเมื่อมันเป็นงานของ Marvel ตัวซีรีส์เรื่องนี้ก็เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ ความหวือหวา ที่แฟนหนังฮีโร่ Marvel จะต้องตื่นตาตื่นใจในแต่ละตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองตอนท้ายของซีรีส์ ที่เป็นการปูเรื่องราวไปสู่ซีซั่นต่อไป และเต็มไปด้วยความพีคซ้อนพีค ที่คาดเดาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

What..if
What..if

ในด้านข้อเสียของ What If…? คือความจำกัดของเวลาในแต่ละตอน ที่มีเพียง 30 นาที ซึ่งในบางตอนของซีรีส์ค่อนข้างมีดีเทลล์ มีเรื่องราวให้เล่ามากกว่านั้น ทำให้บางตอนมีเนื้อหาที่เบาบาง แทบไม่มีอะไรแปลกใหม่น่าสนใจ หรือบางตอนที่พยายามเล่นกับความหักมุม ซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่เมื่อต้องดำเนินเรื่องแบบกระชับ ทำให้บทชองบางตอนดูขาดมมิติไปอย่างน่าเสียดาย

What..if
What..if

What If…? นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความทะเยอทะยานของ Marvel ในด้านการเล่าเรื่องในรูปแบบที่ให้อารมณ์ต่างจากเวอร์ชั่นหนัง หรือซีรีส์คนแสดงโดยสิ้นเชิง ตัวซีรีส์มีการนำเสนอเรื่องพหุจักรวาลออกมาได้ชวนตื่นตาตื่นใจ และเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ ที่รับรองว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานจาก MCU ที่แฟน ๆ จะต้องหลงรักอย่างแน่นอน

สามารถรับชม What If…? ซีซั่น 1 ได้แล้ววันนี้ที่ Disney+ Hotstar

What If…?

อัพเดทซีรีส์น่าดู และมาแนะนำ รีวิว series ทั่วทุกมุมโลกผ่าน series-nime.com กันทุกสัปดาห์ และติดตามผ่าน Page Facebook ที่ รวมพลคนบันเทิง

Cr.ภาพ: IMDB

Categories
series

ซีรีส์ Secret Invasion ของ Marvel

โอลิเวียร์ โคลแมน และเอมิเลีย คลาร์ก เตรียมร่วมแสดงนำในซีรีส์ Secret Invasion ของ Marvel

Secret Invasion อีกหนึ่งซีรีส์น่าจับตาของ Marvel Studios ที่เตรียมฉายบน Disney+ ในเร็ว ๆ นี้

ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงวางตัวทีมนักแสดงนำอยู่ โดยล่าสุดได้มีการประกาศอีกสองนักแสดงหญิงที่จะมาร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้คือ โอลิเวียร์ โคลแมน (The Father) และ เอมิเลีย คลาร์ก (Game of Thrones)

secret invasion

โดย Secret Invasion จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ใหญ่ของจักรวาล MCU เพราะมันจะว่าด้วยเหตุการณ์ของเหล่ามนุษย์ต่างดาว Skrull (ที่เคยปรากฎตัวมาแล้วใน Captain Marvel) ที่ปลอมตัวเข้ามาอาศัยอยู่บนโลก และปลอมตัวเป็นบุคคลสำคัญ เพื่อหวังสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ซีรีส์จะได้ ไคล์ แบรดสตรีท มือเขียนบท และผู้อำนวยการสร้างจาก Mr.Robot มารับหน้าที่ดูแลการสร้างซีรีส์ พร้อมได้ ซามูแอล แจ็คสัน (Spiral)  กลับมารับบท นิค ฟิวรี่ และ เบน เมนเดลสัน (Captain Marvel) ที่กลับมารับบท ทารอส อีกครั้ง ส่วนบทของ โอลิเวียร์ โคลแมน และ เอมิเลียคลาร์ก ยังถูกปิดเป็นความลับ

secret invasion
โอลิเวียร์ โคลแมน จากหนัง The Father
secret invasion
เอมิเลีย คลาร์ก จากซีรีส์ Game of Thrones

โอลิเวียร์ โคลแมน เป็นนักแสดงหญิงสัญชาติอังกฤษ โดยผลงานของเธอส่วนใหญ่จะเป็นหนังดราม่า สายรางวัล ก่อนหน้านี้เธอเคยคว้าราววัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากหนังเรื่อง The Favourite เมื่อปี 2019 และในปี 2021 นี้ โคลแมนก็ได้เข้าชิงออสการ์อีกครั้งในบท นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก The Father

ส่วน เอมิเลีย คลาร์ก คือนักแสดงสาวที่โด่งดังจากซีรีส์ Game of Thrones ในบท เดเนริส ทาร์แกเรียน ราชินีมังกร

ซึ่งหลังจากสิ้นสุดบทดังกล่าวเธอก็มีผลงานหนังฟีลกู้ดสุดน่ารักอย่าง Last Christmas ที่เข้าฉายเมื่อปี 2019 อีกด้วย

*ย่อหน้านี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของ Spider-Man: Far From Home

สำหรับตัวละครมนุษย์ต่างดาว Skrull ในหนัง MCU นั้น เป็นตัวละครที่ปรากฎในครั้งแรกใน Captain Marvel ที่หนังได้เผยว่าพวกเขาได้มีความสามารถในการปลอมตัว จนเมื่อในเรื่อง Spider-Man: Far From Home หนังก็ได้เผยในตอน End Credit ของหนังว่า แท้จริงแล้ว นิค ฟิวรี่ และ มาเรีย ฮิล ที่เราเห็นในหนังทั้งเรื่องนั้น คือ Skrull ที่ปลอมตัวมาโดยมีจุดประสงค์บางอย่าง ซึ่งฉาก End Credit ดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นการปูทางของซีรีส์ Secret Invasion ก็ว่าได้

ส่วนซีรีส์ของ MCU ที่เตรียมจะลงฉายใน Disney+ ปีนี้ ก็ยังจะมี Loki ซีรีส์ที่ว่าด้วยการผจญภัยของวายร้ายที่หลายคนหลงรัก ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ต่อจาก Avengers Endgame โดยซีรีส์จะมีกำหนดฉายเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้ในวีคนี้ซีรีส์ The Falcon and The Winter Soldier ก็กำลังจะฉาย Ep. สุดท้ายอีกด้วย

สำหรับใครที่รอการมาของ Disney+ ในไทย คาดว่าอีกไม่นานนี้เรากำลังจะได้ใช้บริการแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวจากผู้ใช้ Disney+ ในประเทศอินโดนีเซียเผยว่ามีบางคอนเทนต์ของสตรีมมีซับไทย และพากย์ไทยแล้ว ซึ่งหากมีข่าวความคืบหน้ายังไง ทางเราจะรีบนำมาอัพเดททันที

Cr.ภาพ : เว็บไซต์ IMDB

อ้างอิง : https://www.empireonline.com/movies/news/marvel-secret-invasion-adds-emilia-clarke/

#series #series-nime.com